คาสิโนออนไลน์

โพสต์โฆษณาฟรี ซื้อขายสินค้าฟรี โปรโมทร้านค้าฟรี ประกาศฟรี

โพสต์โฆษณาฟรี ซื้อขายสินค้าฟรี โปรโมทร้านค้าฟรี
×

SMF - Just Installed!


สล็อต แจกเครดิตฟรี
คาสิโนออนไลน์
สมัครรับโบนัสคาสิโนออนไลน์
สล็อต
Betflix
เว็บพนันออนไลน์
สล็อตออนไลน์
เกมสลอตออนไลน์
สล็อตออนไลน์
คาสิโน
เช่าเครื่องเสียง รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก แทงบอล บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับทำรั้ว

รับติดตั้งตาข่ายกันนก รับรีโนเวท บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป โปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

pg slot ไนโตรเจนเหลว ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก

สล็อตออนไลน์
nxcasino
คาสิโน royal g-club
คาสิโนออนไลน์ UFALOVE
SA Gaming
บุหรี่ไฟฟ้า
KUคาสิโน
หวยออนไลน์
หวยออนไลน์
หวยออนไลน์
หวยออนไลน์
สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์
Joker123
pg slot
บาคาร่า
เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์
Royal palace
AFสูงสุดในไทย
เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์
สล็อตออนไลน์
เว็บสล็อต อันดับ1
1baccarat
สล็อต
สล็อตออนไลน์
ambbet
หวยออนไลน์
pgslot
slotxo
ufamadam
betflik
เว็บพนันอันดับ1
dreamgame
แทงบอลออนไลน์
สล็อต
บาคาร่าออนไลน์
บาคาร่าออนไลน์
sbobet
eb88w.com
สล็อต
ดาฟาเบท
เว็บพนันออนไลน์
เว็บพนันออนไลน์
รับโบนัส100%
เกมส์ออนไลน์
บาคาร่า
หวยออนไลน์
nigoal
สล็อตออนไลน์
หวย ฮานอย
แทงบอล
PG SLOT
SLOTXO

เพจรวมเรื่องสยองขวัญ(อ่าน 713 ครั้ง)
เพจรวมเรื่องสยองขวัญ เมื่อ: มิถุนายน 30, 2019, 05:54:50 PM
เพจรวมเรื่องสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องน่ากลัว คดีฆาตกรรมโหด ฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก เรื่องเล่าผีน่ากลัวสยองขวัญ







เบลล์ กันเนส ฆาตกรหญิงสุดโฉด แม่ม่ายผู้เหี้ยมโหดแห่งอเมริกา
อาชญากรรมดำดิน เอล ชาโป กุซมัน
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
อัจฉริยะจอมโฉดมือระเบิดต่อเนื่องยูนาบอมเบอร์
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
รวมตำนานผีนานาชาติและปิศาจทั่วโลก
5 ฆาตกรต่อเนื่องที่ยังคงลอยนวลอยู่
5 ผีปีศาจที่มาเยือนยามค่ำคืน
ตำนานผีญี่ปุ่น



6 ตำนานผีของภาคเหนือ
5 อันดับผีตามความเชื่อของคนอีสาน
10 ตำนานผีอาเซียนประเทศเพื่อนบ้านสุดสยอง
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม
เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง
อลิซาเบธ บาโธรี่ เคานท์เตสกระหายเลือด



25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ ตายอย่างไก่
เล่าเรื่องสยองขวัญตอนบ้านร้าง
เล่าเรื่องสยองขวัญ ยายไอ้แผน
เล่าเรื่องสยองขวัญ ผีปอบที่วัดป่า
เล่าเรื่องสยองขวัญ ไม่น่าหยิบมา
เล่าเรื่องสยองขวัญ ปอบ
เล่าเรื่องสยองขวัญ แม่ยายเป็นปอบ
เล่าเรื่องผี ปอบห้องเช่า
เล่าเรื่องผี ยายสาย
เล่าเรื่องผี ยายขึ้นไปทำอะไร
ตำนานผีญี่ปุ่น รวมปีศาจสัตว์
เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
เล่าเรื่องสยองขวัญ คุณแม่เล่าให้ฟัง
เล่าเรื่องสยองขวัญ อยากลองจนเจอดี
เล่าเรื่องสยองขวัญ บ้านเก่า
เล่าเรื่องสยองขวัญ 6 ปีไม่เคยลืม
เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ
เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี
เล่าเรื่องสยองขวัญ ทำไมไม่บวชให้
เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องเทพเจ้ากินคน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องหัวกะโหลกร้องเพลง
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแค้นของนักบวชชรา 1
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแค้นของนักบวชชรา 2
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแเค้นของโอมุชะ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องบ่อนํ้าของคนตาย
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องผีของหมู่บ้านชิตานิซามอน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องก้อนหินร้องไห้ยามค่ำคืน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องวิญญาณของโอมัตสึ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องต้นสนแขวนวิญญาณ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องวิญญาณเลี้ยงลูก
ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ
ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน
ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร
ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ
เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง
เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว
เล่าเรื่องสยองขวัญ สาวชุดดำ
เล่าเรื่องสยองขวัญ วิญญาณอาฆาต
บ้านหลอนแดนนรก
10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เครื่องทรมานในอดีต
วิวาห์สังหารในอินเดีย ฆาตกรต่อเนื่อง 20 ศพ
เทศกาลตำนานวันปล่อยผี
เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม
คดีโหดแห่งเขาแอลป์
13 เมืองอาถรรพ์
คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง
ย้อนรอยคดีซีอุยฆ่ากินเครื่องในเด็ก
ไขปริศนาใครคือแจ๊คเดอะริปเปอร์ (Jack The Ripper)
ย้อนรอยคดีพิศวาสฆาตกรรม นวลฉวีและศยามล
10 สถานที่สุดแห่งความสยองขวัญ
10 อันดับฆาตกรเด็ก
ปริศนามรณะตระกูลเคนเนดี้
แคทเธอรีน เฮย์ ต้นตำรับคดีฆ่าหั่นศพ
เดวิด เบอร์โควิทซ์ ฆาตกรต่อเนื่องแห่งนิวยอร์ค
คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง (Red Barn Murder)
ยโศโฆษาฆาต ฆ่าเพื่อเกียรติยศของครอบครัว





Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2019, 05:55:20 PM
ขายการ์ตูน pdf ออนไลน์ การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ

สั่งซื้อการ์ตูน แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ ที่นี่



อาอิฮาระ โคโทโกะ ยื่นจดหมายรักให้กับชายในดวงใจที่อยู่ต่างห้องเรียนเป็นหนุ่มฮอตหน้าตาดีเรียนเก่งเป็นอัจฉริยะที่ชื่อ อิริเอะ นาโอกิ และถูกปฏิเสธในทันใด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยสักนิด แต่จู่ๆก็เกิดอุบัติเหตุที่ชักนำให้โคโทโกะต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของนาโอกิ ด้วยความต้อนรับของแม่ของอิริเอะที่เอ็นดูโคโทโกะมากและอยากให้มาเป็นสะใภ้ ในการสอบกลางภาค นาโอกิ ได้ติวเข้มให้กับโคโทโกะจนได้คะแนนอยู่ในระดับแนวหน้า เป็นเหตุให้ฏคโทโกะยิ่งเป็นปลื้มในตัวนาโอกิทวีคูณ



ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ได้รู้แล้วว่า โคโทโกะ อาศัยอยู่บ้าน นาโอกิ เป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นชุลมุนแบบฉุดไม่อยู่ เหตุการณ์ในบ้านก็ใช่ย่อย เพราะแม่ของนาโอกิเจ้ากี้เจ้าการวางแผนจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่นาโอกิปฏิเสธอย่างแข็งขัน



เรื่องนี้สนุกตรงที่พระเอกซึนมากๆ ปากแข็ง พูดจาดูถูกนางเอกว่าโง่บ้าง ไม่ใช่สเป๊ค ตอนแรกๆ ก็ปฏิเสธนางเอกตลอดๆ แต่พออยู่บ้านเดียวกันไปนานๆ ก็หลงรักในความเปิ่นๆ โก๊ะของนางเอก แต่ก็ไม่ยอมรับจนนางเอกถอดใจจะไปรักคนอื่น พระเอกถึงได้รู้ใจตัวเอง สนุกจนนำไปทำเป็นซีรีย์ละครของไต้หวันและโด่งดังมากๆ



ตัวอย่างเล่ม 1 ลองดาวน์โหลดเลยค่ะ

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 01

https://drive.google.com/file/d/1bgkHhOy7cCvXpx3xRiKhkJRe5ip6OWOX/view?usp=sharing
























































































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์



ติดต่อแม่ค้า

ไลน์ fattycatty

อีเมล์ [email protected]




Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2019, 04:00:02 PM
TOP 10 SCARY JAPANESE URBAN LEGENDS

10. Teke-Teke


This is the Urban Legend about a girl who fell under a train and was cut in half. She became a vengeful spirit that moves using her hands and elbows, dragging herself while making the sound -Tek-Tek- … if you hear that noise, youre supposed to run. Those who are caught by the Tek Tek will recieve a fate like her - shes said to slash her victims in half so that they look like her, and possibly become wandering vengeful spirits as she is.

9. Slit Mouthed Woman


You may recognise this one from a number of Japanese movies and TV shows. The traditional name for this being is Kuchi-sake-onna and dates back over 300 years ago. She is a woman who was brutally mutilated by her husband after he found she was having an affair with another Samurai. This left her in death as a restless spirit. She is said to cover her mouth with a cloth mask, a fan or a scarf. If you approach her, shell ask you if you think shes pretty. If you answer yes, she will remove the mask and when the victim screams they will be slashed from ear to ear until they look like her. Even if you say no, shes said to follow you home and brutally murder you that night.

8. Daruma-san


This urban legend is more of an old game passed down through the years. You shower in a bath, turn off the lights and chant -Daruma-san fell down- while you wash your hair … its said that you will see a woman in your mind. She is Daruma-San. Shell be standing up in a bath. Youll see her slip and fall onto an old rusty tap. It goes straight through her eye and kills her. Then, you will feel her ghostly presence behind you. If you turn around - there she is. Black tangled hair, rotting clothes, one eye is bloodshot and the other is just a bloody, hollow eye socket. The game continues even further than that if you dare, but I think thats enough for you to understand this creepy urban legend.

7. Girl From The Gap


This Japanese story comes from peoples natural fear of what lies lurking in the cracks of a home. Do you ever see something move past the hinge of a door? Is that someone looking out from inside your wardrobe? Have you ever pictured a hand reaching out from between your bed and the floor? Well it could be the girl from the gap - a spirit that lives both physically and metaphorically -between worlds-. Its said that if you ever see her, she will ask if you want to play hide and seek. At that point the game is on. When you her between a gap again, shell drag you to an other worldly hell.

6. The Red Room


This is a very modern Japanese urban legend about a pop up ad thats red with black test. In a childs voice, it simply repeats the phrase -Do you like?-. A boy who got the popup tried to close it but it kept reappearing. Then, it changed to -Do you like red?- … he keeps trying to close it but it grows large and changes again to say -Do you like the red room?- … then, the site changes. All red and black. It has a list of names on it - his friends is at the bottom. And hand reaches out towards the boys neck from a video. tHE Ending gets even more twisted but guess what, its based on a real website. Its still out there. If you can find it, youll know the gruesome legend of the red room and if the horrible ending comes true for you.

5. The Human Pillars


This legend dates back to ancient times in Japan where its known as Hito-bashira. Back then, there was a belief that a human sacrifice sealed inside a structure would make a foundation more stable. This means that many old Japanese buildings are said to contain the spirits of the people who were sacrificed during their construction. One famous example is Matsue Castle where a woman was sealed inside the foundations during its construction. Now her spirit is said to haunt the castle and whenever a woman dances there, the castle shakes violently. Many building owners in Japan are open about their building being a Human Pillar.

4. The Snake Woman


This one comes from the old Japanese folklore pf Nure-onna which translates to wet woman. She is often described as having the head of a woman and the body of a snake - with long claws, snake eyes and jet black hair.  She carries with her a childlike bundle to lure in her victims. If a person tries to pick up the baby, they find its not a child at all. The bundle then becomes very heavy and stops the victim from fleeing. The snake woman then uses her long tongue to suck all of the blood from the victims body until they die.

3. Onibaba


She is a demon women that often appears in Japanese folk folklore. She will often appear as an old woman asking for help but if you get to close, she will slice you open with a knife and eat you. She is said to be the tormented spirit of a woman who accidently killed her pregnant daughter and unborn grandchild in an effort to find a cure for her friends child being sick. She was told to bring them the liver of an unborn child but when she finally killed her victims, she found they were her own family.

2. The Dream School


This one is extra creepy because apparently if you don't forget it within a week - it will happen to you. Lets see if this is true. One night, a boy had a dream about a school. The hallways looped forever, bringing him back to the start. Staircases led back to the first floor. As he got scared, he heard footsteps behind him. He ran until he found an emergency exit with a glass box and a key next to it. The glass had been smashed and there was a note saying it could be found in room 108. When he found that room, it was empty - no students - but there were backpacks hanging off every chair. There was a pounding on the door. He opened it, terrified, to find the hallways covered with dead children. Its said that he never woke up from his dream and if you don't forget the story in one week, youll meet the same fate. Don't worry though guys

1. Onryo


This is a traditional Japanese ghost belief about a vengeful spirt that can and will physically hurt the living. Its a very scary concept if youre only familiar with the western idea of ghosts which don't really take solid forms and so cant hurt humans with physical contact. Thats not true for an Onryo. They are vengeful and full of hate, stopping at nothing to enact the suffering they received when they were alive. For any of you guys who have seen The Grudge, this spirit is the influence for that creepy girl in that movie.






TOP 10 SCARY AMERICAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY MEXICAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CANADIAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY IRISH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY JACK THE RIPPER URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY BRITISH URBAN LEGENDS PART 2
TOP 10 SCARY HOSPITOL URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY BLOODY MARY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY INDIAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY DISNEY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY SWEDISH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CEMETERY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY AMERICAN URBAN LEGENDS PART 2
TOP 10 SCARY MCDONALD'S URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY FRENCH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CHINESE URBAN LEGENDS PART 2
10 CREEPY URBAN LEGENDS FROM AROUND THE WORLD
5 CREEPIEST URBAN LEGENDS



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2019, 06:34:00 PM
ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ [email protected]

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก 2 เล่มจบ

การ์ตูนรวมเล่มหายาก เล่มหนา ความยาว 1,200 กว่าหน้า เรื่องราวของ ทามาเตะ บก.นิตยสารแฟชั่น สาวสวยที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่อยากลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแม่บ้านเพื่อปรนนิบัติสามี แต่อยากมีสามีที่เป็นพ่อบ้านคอยดูแลเธอ

ด้วยความที่ยุ่งกับงานและมีแนวคิดแบบนี้ ทำให้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องและทรมานกับการขาดเซ็กซ์ถึงหนึ่งปีแปดเดือน และเมื่อโชคชะตานำพาชายหนุ่มรูปหล่อที่สามารถตอบสนองความต้องการของทามาเตะได้อย่างถึงใจ แถมเขายังทำอาหารอร่อยอีกด้วย เป็นชายในฝันเลยก็ว่าได้ เรื่องราวเหมือนว่ากำลังจะดี แต่แล้วชายหนุ่มผู้นั้นกลับ...





























































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์


ติดต่อแม่ค้า

ไลน์ fattycatty

อีเมล์ [email protected]



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:18:14 AM
ขายการ์ตูน pdf ออนไลน์ การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ

สั่งซื้อการ์ตูน แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ ที่นี่



ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]

อาอิฮาระ โคโทโกะ ยื่นจดหมายรักให้กับชายในดวงใจที่อยู่ต่างห้องเรียนเป็นหนุ่มฮอตหน้าตาดีเรียนเก่งเป็นอัจฉริยะที่ชื่อ อิริเอะ นาโอกิ และถูกปฏิเสธในทันใด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยสักนิด แต่จู่ๆก็เกิดอุบัติเหตุที่ชักนำให้โคโทโกะต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของนาโอกิ ด้วยความต้อนรับของแม่ของอิริเอะที่เอ็นดูโคโทโกะมากและอยากให้มาเป็นสะใภ้ ในการสอบกลางภาค นาโอกิ ได้ติวเข้มให้กับโคโทโกะจนได้คะแนนอยู่ในระดับแนวหน้า เป็นเหตุให้ฏคโทโกะยิ่งเป็นปลื้มในตัวนาโอกิทวีคูณ



ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ได้รู้แล้วว่า โคโทโกะ อาศัยอยู่บ้าน นาโอกิ เป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นชุลมุนแบบฉุดไม่อยู่ เหตุการณ์ในบ้านก็ใช่ย่อย เพราะแม่ของนาโอกิเจ้ากี้เจ้าการวางแผนจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่นาโอกิปฏิเสธอย่างแข็งขัน



เรื่องนี้สนุกตรงที่พระเอกซึนมากๆ ปากแข็ง พูดจาดูถูกนางเอกว่าโง่บ้าง ไม่ใช่สเป๊ค ตอนแรกๆ ก็ปฏิเสธนางเอกตลอดๆ แต่พออยู่บ้านเดียวกันไปนานๆ ก็หลงรักในความเปิ่นๆ โก๊ะของนางเอก แต่ก็ไม่ยอมรับจนนางเอกถอดใจจะไปรักคนอื่น พระเอกถึงได้รู้ใจตัวเอง สนุกจนนำไปทำเป็นซีรีย์ละครของไต้หวันและโด่งดังมากๆ



ตัวอย่างเล่ม 1 ลองดาวน์โหลดเลยค่ะ

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 01

https://drive.google.com/file/d/1bgkHhOy7cCvXpx3xRiKhkJRe5ip6OWOX/view?usp=sharing























































































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]






Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2020, 12:54:37 AM
ฝันพยากรณ์ ทํานายโชคชะตาและตัวเลขจากความฝัน ทำนายฝัน

ศาสตร์อันลี้ลับของความฝัน
พระนันทาจาริย์ปราชญ์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาผู้แต่ง คัมภีร์สารัตถะสังคหะ และเป็นผู้ยืนยันว่า พระอรหันต์ไม่ฝันด้วย เหตุผลดังว่านั้น ได้ระบุมูลเหตุของความฝันไว้เป็นข้อคิดอยู่ 4 ประการคือ
1. ฝันโดยเป็นบุพนิมิต คือ บอกให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุ ดีหรือร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น
2. ความฝันเกิดจากควงจิตที่ฝังพะวงหรือพัวพันอยู่กับ สิ่งหนึ่งก่อนหน้าจะหลับ จึงเก็บเอาสิ่งนั้นมาฝัน
3. เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเทวดาเพราะเทวดาต้องการให้ โทษหรือให้คุณ
4. ความฝัน เกิดจากธาตุกําเริบ กล่าวคือร่างกายไม่ปกติ ครั้นหลับลงจึงฝันไปในรูปต่าง ๆ

คัมภีร์อธิบายเรื่องฝันของพระนันทาจาริย์เล่มนี้ ครั้งหนึ่ง ได้เคยใช้เป็นหลักสูตรของตําราทางพระพุทธศาสนาแต่ต่อมา สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้ทรงยกเลิก และใช้เรื่องอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ความฝันก็เป็นเรื่องที่บรรดานักปราชญ์ หลายชาติได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ต่าง ๆ นานา และไม่ถึงกับจะลง ความเห็นว่า ความฝันเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียทีเดียวนัก เพราะ นักปราชญ์บางคนก็ถึงกับลงทุนค้นคว้าถึงสมุฏฐานหรือที่มาของ ความฝันกันอย่างเคร่งครัด โดยถือเอาว่า ความฝันเป็นจิตวิทยา อย่างหนึ่งของคนเราที่จะต้องศึกษาไว้ จนถึงกับทําเป็นตําราหรือ วิชาความฝันออกมาด้วยกันหลายเล่ม เป็นตําราที่เขียนขึ้นโดย นักปราชญ์หรือนักจิตวิทยาหลายชนิดและดูเหมือนว่าวิชาเรื่อง ความฝันนี้ จะเป็นตําราที่เก่าแก่กว่าวิชาอื่น ๆ ทั้งหลายในโลกก็ ว่าได้

นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง กล่าวว่า  “วิชาความฝันนั้น เป็นวิชาเก่าเท่ากับตัวโลกเอง”
คํากล่าวเช่นนี้ไม่ผิดนัก เพราะนักปราชญ์หลายคนยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่าความฝันเป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักและเริ่มสนใจมา ตั้งแต่โบราณกาล และสืบทอดความสนใจในการค้นคว้ามาจน กระทั่งถึงทุกวันนี้ ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าไม่มีวิชาใดที่จะมีผู้ค้นคว้า หาความรู้กันมากเท่ากับวิชาความฝันนี้
เพราะตามบันทึกของ ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักปราชญ์ชาวออสเตรียนผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นทั้งนักจิตวิทยา และแพทย์ได้ใช้เวลาในการค้นคว้าหาความจริงในเรื่องความฝันนี้ โดยใช้การรวบรวมเรื่องความฝันนี้เรื่องเดียวว่ามีหนังสือวิชา ความฝันนี้ถึง 700 กว่าเล่ม เป็นภาษาต่าง ๆ ซึ่งมีภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อิตาเลียน, สเปน, ลาติน, รัสเซีย, และ ฯลฯ และดูเหมือนว่า เยอรมันจะมีหนังสือประเภทนี้ออกมามากที่สุด รองลงไปก็คือ ฝรั่งเศส
ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ยอมรับว่า ความฝัน เป็นศาสตร์อันลี้ลับอย่างหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์เราที่ สามารถ จะบอกเหตุการณ์ทั้งอดีตและอนาคตได้ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะมีบุคคลอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่ยอมรับและเชื่อถือใน เรื่องชนิดนี้ก็ตาม แต่บุคคลเหล่านี้ก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกนึกคิด ในทางผูกพัน กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนได้ฝันขึ้นทั้งดีและร้ายไป เสียที่เดียวได้นัก
เพราะความฝันบางเรื่องสามารถจะเป็นเหตุให้ผู้ฝันบางคน ได้รู้สิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย และรู้ถูกต้องตามความเป็นจริง เสียด้วย
ในทางไทยก็ยอมรับว่า ความฝันซึ่งเป็นเครื่องบอกเหตุ การณ์ล่วงหน้า เรียกว่า บุพนิมิต” นั้นมีอยู่จริง เช่น อย่างใน คัมภีร์ หรือตําราทางศาสนาที่อ้างถึง “พระมหาสุบินของ พระพุทธเจ้า และอย่างที่ไทยเราในสมัยยุคประวัติศาสตร์โบราณ เกือบทุกสมัย ก็ยังต้องมีโหรหลวงคอยทําหน้าที่ถวายคําทํานาย พระสุบิน ของพระมหากษัตริย์อยู่ด้วยทุกครั้งเสมอไป

อิทธิพลของตัวเลขในความฝัน
ความฝันของคนเราที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์ หรือ สัตว์ หรือกับสิ่งของต่าง ๆ ตามตําราทํานายฝันส่วนมากที่ให้ ความหมายของสิ่งเหล่านั้นเป็นตัวเลข มักจะมีส่วนใกล้เคียงกัน อยู่มาก ซึ่งอาจเกิดจากการสังเกตหรือพิจารณาเอาจากลักษณะ รูปร่าง หรือจุดเด่น หรือลําดับของตัวอักษรของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มาเป็นหลักเกณฑ์ โดยใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มานานหลาย ชั่วอายุคนแล้วก็ได้ จึงสามารถให้ความเชื่อถือต่อการทดลอง เปรียบเทียบในลักษณะที่เรียกว่า ใกล้เคียงหรือมีส่วนตรงกับ เป้าหมายได้เป็นส่วนมาก
เหตุนี้ ผู้เป็นเจ้าของตํารับเดิม จึงได้พยายามถอดเอา สิ่งที่ฝันถึงเหล่านี้ออกมาเป็น เลข" โดยถือเอาว่าเป็น “อิทธิพล อย่างหนึ่งของตัวเลข ที่บันดาลให้เป็นไปในมโนภาพแห่งความฝัน ของคนเรา ซึ่งแม้จะยึดถือเป็นหลักเกณฑ์ตายตัวหรือ “แม่นยํา ทีเดียวนักไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าจะมีส่วนใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
จึงขอให้ผู้อ่านที่สนใจลองใช้ความสังเกต หรือลองหัด พิจารณาดูเองบ้าง หากจะผิดพลาดไปจากคําทํานายก็ขอให้ถือว่า เป็นส่วนประกอบในการหาความสนุกหย่อนใจหรือเป็นเครื่อง บันเทิงใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วกัน

หลักทํานายและการใช้วิธีสังเกตจากตํารับโบร่ําโบราณ เดิม มีดังนี้
ถ้าฝันเห็นกษัตริย์, พระราชินี, ประมุข, คนแก่หง่อม สูงอายุ, บิดามารดา, พระพุทธรูปบูชา, พระประธานในโบสถ์ พระแก้วมรกต, ฯลฯ มักจะเป็นเลข 9 (เฉพาะองค์พระราชินีนั้น ถ้าในฝันมีองค์พระราชายืนประทับเคียงข้างให้ถือเป็น 8 และ องค์กษัตริย์เป็น 9 ฉะนั้นเลขนี้จะต้องเป็นเลข 2 ตัว คือ 98 หรืออาจจะเป็น 29 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นไก่, หนู ฯลฯ มักเป็นเลข 1 (ถือเอาว่า ก. ไก่ เป็นพยัญชนะตัวแรก และหนูเป็นปีแรกของปีเกิด หรือปี 12 นักษัตร คือ ชวด แปลว่า หนู)
ถ้าฝันเห็นเสาเรือนโดดเดี่ยว, ไม้ไผ่, ดินสอ, ก้านธูป หรือสิ่งที่เรียวยาว เช่น เส้นเชือกวิ่งตรง, เส้นหมี่ หรือ เสาธง (ไม่มีธง) ก้านไม้ขีด, ไม้บรรทัด, ไม้เรียว, บุหรี่ มักจะเป็นเลข 1
ถ้าฝันเห็นคนตาย, ศพ หรือโลงศพ มักจะเป็นเลข 4 (ในทางอิทธิพลของตัวเลขนี้ว่าเลข 0 แทน 4 หรือ 4 แทน 0 ได้ ฉะนั้นจึงเป็น 4 หรือ 0 ได้)
แต่ถ้าฝันเห็นคนที่ตายไปแล้วเป็นคนแปลกหน้าและเป็น "ผี" ในฝัน มักเป็นเลข 6 (ซึ่งแปลความหมายว่า ผีหลอก" คือ “ผีโกหก" คําว่าหลอกหรือโกหกจึงเท่ากับ 6)
ถ้าฝันเห็น หีบ ห่อ, กระเป๋าเดินทาง, โต๊ะ, เก้าอี้, เตียงนอน, วิทยุ หรือ สมุดหนังสือ หรือวัตถุสิ่งของที่มีรูปสี่เหลี่ยม มักจะเป็นเลข 4
ถ้าฝันเห็นกระแสน้ํา หรือ น้ํา มักเป็นเลข 2 (ถือเอา ลําดับจากธาตุทั้ง 4 คือ 1. ดิน 2. น้ํา 3. ลม และ 4. ไฟ เพราะฉะนั้นถ้าฝันเห็นดิน ก็มักตรงกับเลข 1 หรือฝันเห็น ไฟ ก็ มักตรงกับเลข 4)
ถ้าฝันเห็นแว่นตา, ถนนมผู้หญิงทั้งสองข้าง ปาก คน เป็ด, คนกอดอก, ห่วง 2 ห่วงคล้องกัน ฯลฯ มักเป็นเลข 8 (คือ ถือเอาตามลักษณะและอักษรเช่นแว่นตามีวงกลม2วงต่อเนื่องกัน หรือนมสองข้าง ส่วนคําว่าปากและเป็ด ถือเอาตัวอักษร ป. เป็นความหมายของคําว่าแปด)
ถ้าฝันเห็นนก มักเป็น เลข 6 ทั้งนี้ไม่ถือตามตัวอักษร น. เป็น 1 แต่ถือเอาการออกเสียง “นก” ใกล้เคียงกับ หก หรือถือว่า นก คือ “วิหค” ก็ได้
ถ้าฝันเห็นเรือ มักเป็นเลข 5 (ตามความสังเกตว่า ร. เรือ มีลักษณะคล้ายตัวเลขอารบิคเลข 5 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นผู้หญิงในวัยสาวถึงกลางคน มักเป็นเลข 5 แต่ถ้าฝันเห็นหญิงคนท้อง มักเป็นเลข 6 หญิงแก่ชราหรือมารดา มักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นพลับพลา, บ้านเรือน, อาคาร, หรือหลังคาบ้าน มักเป็น เลข 7
ถ้าฝันเห็นวงแหวน, กําไลมือ, หลุมหรือบ่อหรือวัตถุที่มี ลักษณะเป็นวงกลม หรือกลอง มักเป็นเลข 0 (บางตําราว่าแหวน มักจะตรงกับ เลข 6 ซึ่งอาจถือเอาคําว่า ว.แหวน มีลักษณะ คล้ายเลข 5 ของไทยก็ได้)
ถ้าฝันเห็นสามง่าม, คราด, ส้อม ช้อน, คทา, รถสามล้อ, จั่วหลังคา มักเป็น เลข 3
ถ้าฝันเห็นจิ้งจก, ตุ๊กแก, จรวด, เจว็ดศาล, จอบ มักเป็น เลข 7 (ถือเอาตามตัวอักษร จ. อยู่ในคําว่าเจ็ด ส่วนตุ๊กแกนั้นถือ เอาไม้ตรี () มีลักษณะเป็นเลข ๗ ของไทย)
ถ้าฝันเห็นวัวควาย, สุนัข, เรือ หรือสัตว์ 4 เท้า ส่วน มากมักเป็นเลข 4 แต่ให้สังเกตว่า ถ้าเป็นสัตว์ที่อยู่ใน 12 นักษัตรของปีเกิด คือปีชวด-ปีกุน ให้ถือ ชวด (หนู) 1, ฉลู (วัว) 2, ขาล (เสือ) 3, เถาะ (กระต่าย) 4, มะโรง (งูใหญ่) 5. มะเร็ง (งูเล็ก) 6. มะเมีย (ม้า) 7, มะแม (แพะ) 8. และวอก (ลิง) 9. ส่วนระกา (ไก่) เป็น 1 หรือ 10, จอ (สุนัข) เป็น 11 หรือ 4 กุน (หมู) เป็น 12 หรือ 4
ถ้าฝันเห็นแก้วน้ํา, แก้ว, เพชรพลอย มีค่ามักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นเบ็ดตกปลา (ตัวเบ็ด) ไม้เท้าถือ (มีหัวโค้งงอ เหมือนรูปตัว j) คันร่ม หรือสะพานโค้งมักเป็นเลข 6
ถ้าฝันเห็นกางเกง, เสื้อ, ตะเกียบทั้งคู่ รางรถไฟ และ รองเท้า (ทั้งคู่) มักจะเป็นเลข 2 (ถือเอาว่าสิ่งเหล่านี้มีเลขเป็นคู่ คือ 2 เช่น กางเกงมี 2 ขา หรือรองเท้าต้องมีคู่หรือ 2 ข้าง)
ถ้าฝันเห็นงูใหญ่ หรือพญานาค (ตามที่เข้าใจในฝัน) มัก จะเป็นเลข 5 คือถือเอาลําดับในปีเกิด 12 นักษัตร ถ้าฝันเห็นงูเล็ก ๆ หรืองูธรรมดาทั่วไป มักเป็นเลข 6 (ถือปี 12 นักษัตร เช่นเดียวกัน)
ถ้าฝันเห็นมือหรือเท้า มักเป็นเลข 5 (ถือเอาว่ามี 5 นิ้ว) แต่ถ้าฝันเห็นแขน หรือขา มักเป็น 2 (ถือเอาว่ามนุษย์เรามี 2 แขน 2 ขา) แต่ถ้าฝันเห็นมือ ในลักษณะกําแน่นหรือกําหมัด หรือกําปั้น มักเป็นเลข 6 หรือ 9 และถ้าฝันเห็น “มือจับ” เช่น จับปลา จับสิ่งของ ถือเอาลักษณะของการ “จับ” เป็นเลข 7 เช่น จับปลา ก็จะต้องเป็น 87 หรือ 78 เพราะปลาเข้าในลักษณะของเลข 8
ถ้าฝันเห็นว่าวจุฬา มักเป็นเลข 5 เพราะมีปลายทั้ง 5 คล้ายดาว แต่ถ้าเป็นว่าวปักเป้า ว่าวอีลุ้ม มักเป็นเลข 4 เพราะ เป็น 4 มุม
ถ้าฝันเห็นบันได มักเป็นเลขคี่ คือ 3, 5, 7.9 (เพราะบันได ส่วนมาก จะต้องสร้างขั้นบันไดให้เป็นเลขคี่ ฉะนั้นถ้าฝันสังเกต
ระยะความสูงหรือขั้นบันไดได้ ก็อาจจะมีความหมายเป็นเลขคี่ เลขใดเลขหนึ่งได้ใกล้ชิด)
ถ้าฝันเห็นภูเขาสูงใหญ่ มักเป็นเลข 9 ถ้าฝันเห็นจอมปลวก หรือตัวปลวก มักเป็นเลข 8
ถ้าฝันเห็นอุจจาระ หรือ ขี้ มักเป็นเลขคี่ (แต่ต้องสังเกต ว่า จํานวนของก้อนขึ้นั้นมากหรือน้อย แล้วตีความหมายให้ ใกล้เคียงเช่น จํานวนก้อน 2 ก้อน ก็อยู่ในราวเลข 1, หรือ 3 แต่ ถ้ามากก็ตีความหมายเป็น 5 หรือ 7 ได้ อย่าให้ถึง 9)
ถ้าฝันเห็น หมวก, มงกุฎ, ชฎา, ธงปักปลายยอด มัก เป็นเลข 9 (คือ ถือว่าเป็นของอยู่สูง)
ถ้าฝันเห็นกุ้ง มักเป็น 9 ถ้าฝันเห็นรวมกับปลาก็ต้อง ตีความหมายว่า 98
ถ้าฝันเห็นเต่า, ตะพาบ มักเป็น เลข 4 บางตําราว่าเลข 3 คือถือว่าตัวอักษร ต. ใกล้เคียงกับเลข ๓ ของไทย
ที่ยกมานี้ เป็นแนวทางตัวอย่างของอิทธิพลตัวเลขแทน สิ่งต่าง ๆ ในฝันตามเหตุผลของเจ้าของตํารับเดิมแต่โบราณกาลมา ซึ่งท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามที ก็ลองพิจารณสังเกตเอาตามที่ท่าน ฝันดูสัก 2-3 ครั้ง บางที่จะช่วยให้ท่านมีประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นบ้าง



ฝันเห็นงูฝันเห็นงูสีขาวฝันเห็นงูเหลือมฝันเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ฝันเห็นงูเหลือมสีทองฝันเห็นงูใหญ่
ฝันเห็นงูตัวใหญ่ฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูลายฝันเห็นงูเขียวฝันเห็นงูเห่าฝันเห็นงูจงอาง
ฝันเห็นงูจงอางยักษ์ฝันเห็นงูจงอางเข้าบ้านฝันเห็นงูจงอางหลายตัวฝันเห็นงูจงอางกัดฝันเห็นงูจงอางเผือกฝันเห็นงูจงอางชูคอ
ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่มากฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูแมวเซาฝันเห็นงูหลามฝันเห็นงูตัวสีฟ้าฝันเห็นงูตัวสีดำ
ฝันเห็นงูตัวสีแดงฝันเห็นงูสีทองฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูสองตัวฝันเห็นงูเผือกฝันเห็นงูหลาม
ฝันเห็นงูตัวใหญ่มากฝันเห็นงูตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูตัวใหญ่หลายตัวฝันเห็นพญานาคฝันเห็นพญานาคตัวใหญ่ฝันเห็นพญานาคสีทอง
ฝันเห็นพญานาคสีเขียวฝันเห็นพญานาคสีแดงฝันเห็นพญานาคเล่นน้ำฝันเห็นพญานาคไล่ตามฝันเห็นหงอนพญานาคฝันเห็นพญานาคสีเงิน
ฝันเห็นพญานาคหลายตัวฝันเห็นพญานาคพูดได้ฝันเห็นพญานาคพ่นน้ำฝันว่างูรัดฝันว่างูกัดฝันว่างูกัดขา
ฝันว่างูกัดเท้าฝันว่าฆ่างูฝันว่าตีงูฝันว่างูเลื้อยผ่านฝันว่างูกัดแขนฝันว่างูกัดนิ้ว
ฝันว่างูไล่กัดฝันว่างูฉกฝันว่ากินงูฝันว่าจับงูฝันว่างูเลื้อยขึ้นตัวฝันว่างูรัดขา
ฝันว่างูรัดแขนฝันว่างูรัดตัวฝันว่างูรัดขาขวาฝันว่างูรัดขาซ้ายฝันว่างูรัดแขนขวาฝันว่างูรัดแขนซ้าย




Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 20, 2021, 02:59:33 PM
Japan through its urban legends: from Kuchisake onna to Kisaragi station

Fantastic and horror stories that were once told by word of mouth, like something that happened to someone you know, are now being transmitted through digital spaces. An expert in Japanese folklore tells us about the background and birth of this type of urban legends, and the social changes they represent.

An unknown woman, wearing a mask, comes across a child and asks him: "Am I beautiful?" The frightened child answers yes, and the woman removes her mask. "Now you think so too?" His lips part, opening up to his ears ... Almost every Japanese, of whatever age, has ever heard that story, called Kuchisake onna . In recent years it has also become famous abroad, as an example of a Japanese horror story.

According to Iikura Yoshiyuki, professor at Kokugakuin University and researcher of contemporary oral literature, "The story of Kuchisake onna is the most famous of all purely Japanese urban legends." How is this type of urban legend generated? How does it evolve over time?

Kuchisake onna , a warning about strangers
According to Iikura, at the end of 1978 a rumor began to spread about an elderly farmer from (so they say) Yaotsu, in Gifu prefecture, who claimed to have seen a woman with a mouth from ear to ear in a corner of her garden . "At the beginning of 1979 the newspaper Gifu Nichinichi Shinbun (now Gifu Shinbun ) reported on the rumors of Kuchisake onna , and among the children the story continued to circulate, more and more in detail exaggerated. The woman wore a mask, she wore a red coat .. They even said that he had a sickle in his hand, that he could run a hundred meters in six seconds, that he hated the smell of jelly and that if you gave him a piece of candy he would let you go. "

In just six months, the legend of Kuchisake onna left Gifu and spread to Aomori in the north and Kagoshima in the south. "An important factor in this was the fact that at that time the number of children studying in an academy after school increased a lot. Until then, urban legends had not had much opportunity to leave each school district, but in the academies , which had students from different centers, it was enough for a child to tell about something that had happened in his school for the others to be scared and, thinking that the same could happen in his own center, to tell it in turn to his classmates Some spoke by phone with relatives, and the information was even transmitted through other newspapers and even television networks. "

For children, Kuchisake onna was a terrifying image, and also a warning about strangers. "The academies began their classes in the afternoon, and then the children would flock to the streets and have to return to their homes at night, with what they saw a type of adults as they had never seen before: women with night jobs, people drunk as a vat ... The anxiety that caused them to think that perhaps one of those adults could harm them was projected on the figure of Kuchisake onna ".

"Initially teachers and parents were concerned, and patrolled the streets and routes between the school and the houses. In the early summer of 1979 the legends began to calm down. The striking image of Kuchisake onna , however, remained in the collective imagination , and was established as one of the prototypical ghosts of Japan. "

The first wave: rumors among the young
In the second half of the 1970s, when the Kuchisake onna legend began to spread , Japan's economic structures were changing; vehicles, telephone services, television and other infrastructures that would allow an urban cultural life had been established.

The expression "urban legend" was introduced in Japan in 1988, when a translation of The Vanishing Hitchhiker: American Urban Legends and Their Meanings was published. work of the American folklorist Jan Harold Brunvand. The young and energetic Japanese researchers of the moment translated the work to throw a stone into the quiet pool of Japanese folklore studies, until then based on ancient tales and traditional legends, with the purpose of indicating that investigating such rumors was equivalent to investigating the state of contemporary cities.

Brunvand defined urban legend as "an original story that happens to a friend of a friend, in the course of his everyday urban life." Stories like the hitchhiker who was actually a ghost, or the murderer who hides under the bed. Ghost hitchhikers are a motif that dates back to the 19th century and horse wagons, but they adapted as motor cars entered society, and the development of newspapers and other media facilitated their spread. For example, events that were read in the newspaper or heard on the radio were recounted in every corner of the United States as if they had happened there, adding local characteristics.

"In Japan in the second half of the eighties, word of mouth was everything. Suddenly, for some reason, high school and high school students were standing in long lines at ice cream parlor chains like Hobson's or 31 (Baskin-Robbins), or they all started carrying Boston bags. In urban areas, among students, when word spreads that something is fashionable, information spreads in the blink of an eye. This is an economy in which, On the way to the bubble the bubble, young people have achieved greater purchasing power: high school students and university students work part-time in chain restaurants and twenty-four-hour stores and make their own money. The marketing of the companies began in earnest to take into account that word of mouth from children. "

A representative example of the success of this type of marketing is Lotte's Koara no m?chi (March of the Koalas) cookies . A rumor spread among high school students that it was lucky to find a koala with eyebrows. As a result, the company expanded the variety of koala designs, creating a best-selling brand that celebrated its 35th anniversary in 2019.

"Other examples of the legends of that moment assure that it brings luck to touch the red loincloth of the character that appears drawn on the run in the trucks of the Sagawa transport company; and that the couples who get on a boat from the Shinobazu pond, in Ueno park, break. Magazines and other media picked up rumors like these and word of mouth in their posts, and presented them as 'urban legends.' Writers collected these kinds of stories and purposely exaggerated them, to generate a boom . A good example is the 'dog with a human face', which was presented by the famous Popteen magazine. It was said of him that he spoke like a person, that his face was like that of a middle-aged man, and that he was capable of chasing a car at speeds in excess of 100 kilometers per hour. "

"These urban legends reached the peak of their popularity in the early 1990s, and from 1995 they began to disappear. The Great Hanshin-Awaji Earthquake and the terrorist attack of the group Aum Shinriky? with sarin gas in the Tokyo subway took away people wanted to talk about ghosts. The media completely stopped talking about it. "

The Second Wave: Internet Horror Stories
At the beginning of the 21st century, urban legends experienced a second boom. "The first wave of urban legends came from the hand of rumors of children exaggerated by television, magazines and other media. As of 2000, 'text pages', such as blogs and the like, began to proliferate. A dedicated blog The collection of old urban legends became so popular that it was even published as a book; later all sorts of similar works on urban legends began to be published. Those who had been students at that time acquired them out of nostalgia, and the other generations became they were interested in the subject, helping its success. "

On the other hand, magazines and television networks have also published interesting stories that appeared on Ni channeru (Channel 2, a popular Internet forum), which have been forming a new corpus of Japanese urban legends. Well known are Kunekune the story of the strange white object found by an elementary school student in a rice field in a rural area; Kotoribako , the cursed birdcage; or Hasshaku sama , a terrible female monster of more than two meters. "These are horror stories that are too long to be told orally. These kinds of legends are constantly being generated on the Internet."

More or less from 2010, a new type of participatory stories began to appear, focused on social networks. One of them, The Kisaragi Station , has been counting for more than ten years, going from the original Nichanneru to Twitter. The origin of the story was published in 2004 in Nichanneru "I got on the train in Shinhamamatsu. It was the same train I always use, but we arrived at a station whose name did not ring a bell. What can I do?" It was posted as a query, with questions and answers, and the story continued from there.

"Someone summarizes the story on a separate page, and its contents are republished. The story is written in a false voice, to create the impression of being a conversation on the scene. People participate immediately, connecting to history and helping to create new urban legends. That is the main characteristic of the second wave in the web age . Also, many of them are horror stories. There is also, I think, the feeling of participating in a game of chase virtual game, a ghost simulation game or similar in which a mystery is experienced in the real world. "

Compared with urban legends that were previously transmitted mainly orally, stories that do so digitally oscillate between two extremes: they either barely change, or they change radically. "Since the oral transmission is based each time on the memory of the narrator, even if there are small variations, the plot does not change much. In the case of digital transmission, you can copy and paste the text, but you can also change everything that one wants to. The form of diffusion does not depend on time or distance either. The pace at which stories from abroad have also been accelerated. "

Starting in 2000, the legend of Kuchisake onna also began to spread on the Internet. In South Korea, for example, it adopted different shades from the original Japanese version, such as the red color of the mask. "In Okinawa, Taiwan, South Korea, China and other countries it is said that monsters can only walk in a straight line, so the Korean Kuchisake onna cannot turn a corner, or even climb stairs. boyfriend, a man with a shaved head, also wearing a mask. As legends are exported to countries with urban lifestyles, the stories are gradually adapted to incorporate elements of the culture of that place. "

Internet takotsubo culture and fake news
With the second wave of urban legends, some creators also appeared who made "art" of these stories. "Seki Akio, an ex-comedian, popular since 2006, is a representative example. He rose to fame originally from a variety show, in which he did a space in which various celebrities told urban legends. His motto," You decide whether to believe or not to believe ", he became very popular, and today he continues to perform in concerts and shows such as Yarisugi toshi densetsu (Excessive Urban Legends).

Recently the most popular are the videos of youtubers that analyze urban legends. "For example, the story called Elevator to the other world . If a person rides in an elevator of a building with more than ten floors and presses the buttons in a certain sequence, he can reach the other world. The youtuber in question tries it in reality".

Urban legends, which were once transmitted as if they had happened "to a friend of a friend", in this digital age are spreading even more widely and rapidly, as if they were fashionable games. However, according to Iikura, there are fewer and fewer urban legends that most people come into contact with.

"This is due to the takotsubo effect of the Internet: people who visit a web page tend to be grouped with people of the same opinion, and do not come into contact with other groups. Furthermore, fewer and fewer debate the authenticity of the information; they only believe in what they like, and consider false what they do not like, without questioning the possible interest that may exist in the ambiguity between what is true and what is false ".

Iikura regrets that political measures are currently being used internationally to project anxiety into people's reality. "It is something that applies to illegal immigrants, to China, to South Korea, even to Japan. Precisely because there is a sense of security in the idea that projecting that anxiety on Kuchisake onna or other ghosts is not the same as doing it on real people. . It seems to me that all over the world urban legends are losing ground. Across the globe there is a sense of blockage, and a desire for certainty amid vague insecurity. As it is, the growing number is ironic. of people who resort to fake news and the type of information that specialists call urban legends. "



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2021, 11:05:32 AM
Top 10 Cheapeast Countries to Live in Europe 2019
One may think that Europe are mostly expensive countries, where expensive rental prices are the norm. However, the reality of European nations is quite different, while some countries are indeed expensive, others are surprisingly affordable. Here is the list of the cheapest countries to live in Europe, and why these countries are the best places to live:

10. Latvia
Latvia is a green country on the Northern coast of Europe. It's one of the cheapest places to live in developed Europe. Latvia boasts diverse top sectors, with many work opportunities for expats especially in international industries related to exports. Riga, the capital of Latvia, is a charming city. The cost of living in Europe is rarely dirt cheap, but Riga offers much of the quaint romance of western Europe at a lower cost, and without the madness of some western European countries. The food price can be quite cheap. Even some of the city’s better restaurants offer business lunches for as little as five euros, which come complete with coffee, tea, or sometimes even wine. Monthly rent for an 900 Sqft apartment in normal area is $500.

9. Belarus
Belarus is an eastern European country that borders Poland, Ukraine and Russia, its major industries include metal-cutting machines, tractors and trucks. With about $450 in monthly estimated expenses plus about $440 in monthly rent for a one-bedroom apartment in the center of Minsk, a single person can live comfortably on under $1,000 a month. But monthly rent for 85m2 (900 Sqft) furnished accommodation in normal area is only $340. The food can be really cheap. Usually, the dishes of Belarusian national cuisine are inexpensive even in restaurants ($7 for basic lunchtime menu in the business district). Living in Belarus means life in a laid-back and pleasant atmosphere; however, most of the services are still developing.

8. The Czech Republic
The Czech Republic is a cheap place to live in Europe. This European country borders Germany, Austria and Poland, and has a population of 10.6 million. However, if you travel away from Prague, the country offers excellent real estate bargains and pretty low cost of living. There are many picturesque towns in The Czech Republic, and you can get great real estate bargains on the country side, as foreigners and Czechs prefer to move to Prague. The standards of living in the Czech Republic is comparable to those of Germany, for half of the price. With around $800 per month you will be able to cover all of your basic costs in the country. It is also a great place for beer lovers, and those seeking nightlife, or outdoor activities.

7. Slovakia
Slovakia is not as cheap as Bulgaria, Romania, or Hungary, but it does offer better values than most of the rest of Europe, plus you get the advantage of feeling like a pioneer. Here you can eat well, drink well, and find plenty of sights to marvel over at a fraction of the cost of the countries to the west. You can get a big multi-course lunch and a glass or two of good wine for less than $10. Slovakia can offer to nationals and expats free education and healthcare systems, as well as an efficient infrastructure. Thanks to the rise in living standards and fall in unemployment, working in Slovakia is gaining in popularity with expats.

6. Poland
Poland has one of the higher local purchasing powers of the cheapest countries. Any incomes earned locally will go further, especially with the country’s lower prices on grocery and consumer goods. Poland is slowly becoming a hotspot for international travelers and expats. The big cities are very modern and have all the Western amenities you could need, but at half the prices spend in Germany. Teaching is an option, but there are also a whole set of professional service job opportunities to be found that can pay very well. Rent for a 1-bed apartment starts at around $350 and a meal out at an inexpensive restaurant is only around $5.

5. Hungary
One of the most thriving and best developed states in Central and Eastern Europe, Hungary represents a top destination for expats and tourists around the world. Hungary is certainly one of the best countries to live in Europe, even if it wouldn’t be quite cheap to live here. The monthly budget per person in Budapest starts from $700 per month to cover all  expenses. Real estate prices are picking up in the central districts of Budapest, and a budget of $1000 is enough to live in one of these areas. If you get into smaller towns, you can get a large house for that money. But the major urban areas are of course where jobs are more plentiful for expats hoping to work in Hungary.

4. Bulgaria
Bulgaria, one of the oldest in the Europe, is situated in south – east Europe. It is one of the cheapest countries in Europe to live and has quickly become a favorite among travelers. The Bulgarian people are some of the friendliest in Europe. With $1,000, you can have a better standard of living than the average of person living in countries such as Switzerland, Austria, Germany. This money will be enough for you to rent a 1-bedroom apartment, buy quality food, to go out with friends for a drink or to eat something, to buy clothes, and to go out to cinema regularly. Teaching English and tourism jobs are popular jobs here.

3. Romania
Romania is another country in Eastern Europe that offers great opportunities for expats. It has a diverse economy which includes self employed businesses, fast growing start ups, and high income job opportunities. The country has a delicious cuisine, a pretty affordable cost of living, and an unmatched natural beauty. The budget for a single person in Romania starts from $600 to cover all of his expenses. It is also easy to get a residence permit in Romania, even if you are not an EU citizen.

2. Ukraine
Ukraine is another eastern European nation situated next to Russia and the Black Sea. About 44.4 million people live in Ukraine, whose industries include coal, electric power, chemicals and more. More than 45% of expats saying that the cost of living is extremely affordable in Ukraine. Local incomes are still low, which gives it one of the lowest purchasing powers of the cheapest countries. Monthly rent for an apartment in normal area is $350.

1. Georgia
Georgia is a hidden gem that some people may not have heard of. With a famous wine region and sandy beaches along the Black Sea, the country offers stunning landscapes, a rich culture and very affordable living. From $500 per month you can already live in Georgia. However, anything above $1000 in Georgia will grant you a great lifestyle. The average net monthly salary in the country’s capital is just $300. Apart from its very low overall cost of living, the country has one of the most relaxed residence permit policy in Europe. With a very low investment and a company formation, you will be able to become a full time  resident of Georgia.

TOP 10 MOST BEAUTIFUL CITIES IN ASIA 2019
TOP 10 BEST AIRPORTS IN THE WORLD
TOP 10 MOST VISITED CITIES IN THE WORLD
TOP 10 MOST BEAUTIFUL CAPITALS IN THE WORLD
TOP 10 BEST PLACES TO VISIT IN SINGAPORE
10 AMAZING PLACES AROUND THE WORLD
TOP 10 CHEAPEAST COUNTRIES TO LIVE IN EUROPE 2019
7 BEAUTIFUL PLACES IN THE WORLD THAT YOU NEED TO SEE IN REAL LIFE





Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2022, 08:00:15 PM
10 อันดับนักฆ่าที่เริ่มต้นเส้นทางมืดตั้งแต่อายุยังน้อย
ดูเหมือนว่าคุณยังเด็กเกินไปที่จะเริ่มฆ่า ในขณะที่เด็กๆ ส่วนใหญ่เลือกกีฬา ศิลปะ หรือดนตรีเป็นงานอดิเรก แต่บางคนก็ตัดสินใจออกกำลังกายด้วยการฆาตกรรม นี่คือนักฆ่าสิบคนและอายุที่พวกเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางมืด
10. ฮาร์วีย์ มิเกล โรบินสัน อายุ 17 ปี
Harvey Miguel Robinson มาจาก Allentown, Pennsylvania และเป็นหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่อายุน้อยที่สุดในแถวประหาร เขาอายุ 17 ปีตอนที่เขาก่อเหตุฆาตกรรมครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2535 ตำรวจจับโรบินสันเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2536 หลังจากที่เขาข่มขืนแต่ล้มเหลวในการฆ่าเดนิส กาลีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2536 โรบินสันกลับมาที่บ้านของกาลีซึ่งตำรวจรออยู่ เนื่องจากกาลีกัดแขนของโรบินสันระหว่างการโจมตีครั้งแรกก่อนที่จะหลบหนี ตำรวจจึงสามารถจับคู่รอยกัดกับโรบินสันและตัดสินลงโทษเขาได้ ตำรวจอัลเลนทาวน์ยังเชื่อมโยงโรบินสันกับการข่มขืนและสังหารผู้หญิงสามคนต่อไปนี้:
Joan Burghardtผู้ช่วยพยาบาลอายุ 29 ปี (สิงหาคม 1992)
Charlotte Schmoyer นักข่าวหนังสือพิมพ์The Morning Call อายุ 15 ปี (มิถุนายน 1993)
Jessica Jean Fortney : คุณยายวัย 47 ปี (กรกฎาคม 1993)
ศาลตัดสินให้โรบินสันมีความผิดฐานข่มขืนและฆ่าชโมเยอร์ เบิร์กฮาร์ด และฟอร์ทนีย์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 และตัดสินประหารชีวิตเขาทั้งสามคดี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2538 ศาลยังตัดสินให้เขาข่มขืนเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ และพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 57 ปี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2549 โรบินสันไม่พอใจโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆาตกรรมโจน เบิร์กฮาร์ด เพราะเขาอายุเพียง 17 ปีในขณะนั้น นอกจากนี้ เขายังแลกเปลี่ยนสิทธิในการอุทธรณ์เป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีชโมเยอร์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 จนถึงปี 2020 เขายังคงมีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีฆาตกรรมที่ฟอร์ตนีย์

9. เครก ไพรซ์ อายุ 13 ปี
Craig Chandler Price มาจาก Warwick, Rhode Island และปัจจุบันถูกคุมขังที่เรือนจำรัฐฟลอริดาใน Raiford เครกอายุ 13 ปีเมื่อเขาฆ่ารีเบคก้า สเปนเซอร์ วัย 27 ปี เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่สองประตูจากบ้านของเขา ราคาแทงสเปนเซอร์ 58 ครั้ง เขาไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมของสเปนเซอร์ แต่สารภาพว่าเป็นคนก่ออาชญากรรมเมื่อตำรวจจับเขาได้ในอีกสองปีต่อมาในข้อหาฆ่าเพื่อนบ้านอีกสามคนในขณะที่เสพยาในปี 1989 เหยื่อคือ Joan Heaton วัย 39 ปีและลูกสาวของเธอ Jennifer และ Melissa ซึ่งอายุ 10 และ 8 ปี เขาแทงพวกเขามากกว่า 30 ครั้งด้วยบาดแผลลึกจนด้ามมีดหัก เขายังทุบกะโหลกของเมลิสสาด้วย ราคาไม่ได้แสดงอาการสำนึกผิดในการฆ่า Heatons แม้แต่เลียนแบบเสียงร้องความตายของพวกเขา เนื่องจากอายุของเขา ไพรซ์จึงไม่สามารถเผชิญกับการพิจารณาคดีได้ และได้มอบหมายให้สถาบันราชทัณฑ์เด็กและเยาวชนชื่อโรงเรียนฝึกโรดไอแลนด์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2547 ไพรซ์ได้ย้ายจากโรดไอแลนด์ไปฟลอริดาเนื่องจากมีแนวโน้มความรุนแรง นอกจากนี้ เขาถูกปฏิเสธทัณฑ์บนในเดือนมีนาคม 2009 แม้ว่าศาลจะกำหนดวันปล่อยตัวเขาในเดือนพฤษภาคม 2020 พวกเขาตัดสินให้เขาเพิ่มอีก 25 ปีในวันที่ 18 มกราคม 2019 ในข้อหาแทงนักโทษ Joshua Davis เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2017

8. จัสมิน ริชาร์ดสัน อายุ 12 ปี
จัสมิน ริชาร์ดสันและโรมิโอของเธอ เจเรมี สไตน์เก้ พลิกเรื่องราวคลาสสิกของความรักต้องห้าม แทนที่จะฆ่าตัวตาย พวกเขาฆ่าทุกคนที่ขวางทาง Richardson เริ่มออกเดทกับ Steinke วัย 27 ปีเมื่ออายุได้ 12 ปี หลังจากพบกันที่งานแสดงพังค์ร็อกในปี 2549 อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของเธอไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของพวกเขาเนื่องจากอายุห่างกัน เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2549 ทั้งคู่ได้ตัดสินใจลอบสังหารโดยสังหาร Marc และ Debra พ่อแม่ของ Richardson และ Jacob น้องชายวัย 8 ขวบของเธอ เพื่อนบ้านอายุ 6 ขวบพบศพในบ้านของริชาร์ดสันที่เมดิซีนแฮท อัลเบอร์ตา แคนาดา Steinke ยอมรับกับตำรวจว่า Richardson ต้องการให้พ่อแม่ของเธอตายเพื่อที่เธอจะได้เป็นอิสระจากพวกเขา เขายังบอกพ่อของเธอว่า “นี่คือ สิ่งที่ลูกสาวของคุณต้องการ ” ขณะที่มาร์คเสียชีวิตจากบาดแผลถูกแทง จัสมิน ริชาร์ดสันเป็นคนแทงน้องชายของเธอที่คอ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ศาลตัดสินให้ริชาร์ดสันและสไตน์เกะมีความผิด 3 กระทงในข้อหาฆาตกรรมระดับแรก ริชาร์ดสันเป็นหนึ่งในคนที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกตัดสินลงโทษในคดีฆาตกรรมระดับแรกหลายครั้งในแคนาดา อย่างไรก็ตาม นักโทษอายุต่ำกว่าสิบสี่ในแคนาดาไม่สามารถรับโทษจำคุกเกินสิบปีได้ ในทางตรงกันข้าม Steinke ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต 3 ครั้งในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 Richardson เริ่มเข้าเรียนที่ Mount Royal University ใน Calgary, Alberta ในช่วงปีสุดท้ายของการถูกตัดสินจำคุก และได้รับการปล่อยตัวเข้าโรงพยาบาลจิตเวชในปี 2011 ด้วยหลักฐานของการฟื้นฟูสมรรถภาพ Richardson จบประโยคของเธอในเดือนพฤษภาคม 2016

7. แมรี่ เบลล์ อายุ 10 ขวบ
ด้วยชีวิตที่ยากไร้และแม่ที่พยายามจะฆ่าเธอหลายครั้ง แมรี่ เบลล์จึงตัดสินใจเดินไปทางมืดก่อนวันเกิดปีที่ 11 ของเธอ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 เบลล์ได้พามาร์ติน บราวน์วัย 4 ขวบไปที่บ้านร้างในเมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ และบีบคอเขาจนเสียชีวิต แม้ว่าในเวลาต่อมาเธอได้ทิ้งบันทึกที่สารภาพว่าเป็นคนฆ่า แต่ตำรวจก็ไม่ได้จริงจังกับเธอ สองเดือนต่อมา เธอฆ่าอีกครั้ง เบลล์ทิ้งร่างของไบรอัน ฮาววัย 3 ขวบไว้ในบริเวณเดียวกับที่เธอทิ้งให้บราวน์ คราวนี้ตำรวจจับเธอในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2511 ศาลตัดสินลงโทษเธอในข้อหาฆาตกรรมเนื่องจากความรับผิดชอบลดลง จิตแพทย์ที่ศาลแต่งตั้งอธิบายว่าเธอมีอาการทางจิตเวชแบบคลาสสิก รายงานของตำรวจระบุว่าเธอแกะสลักตัว “M” ลงในร่างของฮาวและทำร้ายเขา ซึ่งรวมถึงการใช้กรรไกรตัดอวัยวะเพศของเขาด้วย เบลล์ใช้เวลา 12 ปีในคุก เธอได้รับการปล่อยตัวในปี 1980 เมื่ออายุ 23 ปี ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับลูกสาวด้วยเอกลักษณ์ใหม่

6. โจเซฟ แมคเวย์ อายุ 10 ขวบ
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2011 ที่บ้านของพวกเขาในโฮล์มส์เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ โจเซฟ แมคเวย์ อายุ 10 ขวบ ยิงแม่ของเขา เดโบราห์ แมคเวย์ อายุ 46 ปี ตามที่น้องสาวของเขา ชอว์นา แมคเวย์ โจเซฟเบื่อที่จะต่อสู้กับแม่ของเขาและใช้ ปืนไรเฟิลลำกล้อง 22 ที่จะยิงเธอ จากนั้นเขาก็เดินไปที่บ้านของเพื่อนบ้านที่เรียกว่า 911 และบอกรีบ“ ผมยิงแม่ของฉัน ฉันยิงเธอด้วยปืน” โจเซฟสารภาพในข้อหาฆาตกรรมหนึ่งครั้งในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ ศาลพบว่าเขาไร้ความสามารถสำหรับการพิจารณาคดีจนถึงต้นปี 2556 เมื่อพวกเขาตัดสินเขาในศาลเยาวชนเมื่ออายุ 13 ปี แรงจูงใจอย่างเป็นทางการคือโจเซฟกำลังโต้เถียงกับแม่เรื่องงานบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการนำฟืนมาจากภายนอก เขาจึงยิงที่หัวของแม่แทน อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่าเจตนาที่จะฆ่านั้นเกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว การสัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัวและผู้บริหารโรงเรียนระบุว่าแม่ของเขาถูกทำร้ายทางร่างกาย ทางอารมณ์ และทางวาจา โจเซฟยังแสดงให้เห็นสัญญาณของความโกรธและความก้าวร้าวก่อนการฆาตกรรม เช่นในเดือนกันยายน 2550 เมื่อเขาตบผู้บริหารโรงเรียนด้วยที่โกยผง

5. Cayetano Santos Godino อายุ 9 ขวบ
Cayetano Santos Godino หรือที่เรียกว่า El Petiso Orejudo หรือ Macrotous Runt , เป็นฆาตกรต่อเนื่องและวางเพลิงจากบัวโนสไอเรสอาร์เจนตินาที่เริ่มต้นลงเส้นทางหนุ่มฆ่าเขา เขาทุบตีเด็ก 2 ขวบ ทิ้งเขาไว้ในคูน้ำตอนอายุ 7 ขวบ และทุบตีเด็กอีกคนด้วยก้อนหินเมื่ออายุได้ 8 ขวบ เนื่องจากอายุยังน้อย ตำรวจจึงปล่อยเขาออกจากคุก แต่การทุบตีเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น อีกหนึ่งปีต่อมาในปี 1906 โกดิโนฆ่ามาเรีย โรซา เฟซ วัย 3 ขวบและหนีไปได้จนกระทั่งเขาสารภาพกับตำรวจหลายปีต่อมาว่าเขาบีบคอเธอและฝังทั้งเป็นไว้ในคูน้ำ ไม่มีใครเชื่อมโยงเขากับอาชญากรรม ในปี 1912 ก่อนที่เขาจะอายุ 16 ปีในเดือนตุลาคม Godino ได้เริ่มการทำลายล้างครั้งใหญ่ การโจมตีของเขารวมถึง:
อาร์ตูโร เลาโรนา : อายุ 13 ปี ถูกฆ่าและถูกทิ้งไว้ในบ้านร้าง (26 มกราคม)
Reyna Vainicoff : เด็ก 5 ขวบถูกฆ่าโดยจุดไฟเผาชุดของเธอ (7 มีนาคม)
โรแบร์โต รุสโซ : เด็ก 8 ขวบ สำลักแต่รอด (8 พฤศจิกายน)
Carolina Neolener : เด็ก 2 ขวบถูกลักพาตัวแต่ได้รับการช่วยเหลือ (20 พฤศจิกายน)
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2455 ในที่สุดตำรวจก็จับกุมและจำคุก Godino หลังจากที่เขาสังหาร Jesualdo Giordano Godino พา Giordano ไปที่บ้านในชนบท พยายามบีบคอเขา ทุบตีเขา และในที่สุดก็ฆ่าเขาด้วยการตอกตะปูที่ด้านข้างของกะโหลกศีรษะของเขาหลังจากเหตุการณ์นี้ โกดิโนเข้าไปในศูนย์กักกันเยาวชนเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2456 รายงานทางการแพทย์ระบุว่าเขาวิกลจริตหลังจากที่เขาพยายามฆ่าผู้ต้องขังบางคน ผู้พิพากษายุติคดีและสั่งให้เขาอยู่ตรงกลาง การอุทธรณ์อนุมัติให้เขาย้ายกลับเข้าคุกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ต่อมาโกดิโนย้ายไปอยู่ที่เรือนจำอูชัวเอเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2466 ซึ่งเขาเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2487

4. คริสเตียน โรเมโร 8 ขวบ
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 Christian Romero จาก St. Johns, Arizona ได้กระทำการฆาตกรรมสองครั้งเมื่ออายุแปดขวบ เขาถูกกล่าวหาว่าฆ่า Vincent Romero พ่อของเขาด้วยปืนไรเฟิลขนาด 22 ลำก่อนที่จะยิงเพื่อนในครอบครัวที่เช่าห้องที่บ้านของพวกเขา Tim Romansโรเมโรสารภาพในข้อหาฆาตกรรมโดยประมาทหนึ่งครั้งในปี 2552 ฐานฆ่าชาวโรมัน แต่ศาลไม่เคยตั้งข้อหาเขาถึงการตายของพ่อ แม้จะสงสัยว่าเป็นการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม อัยการ Michael Whiting อธิบายว่าการฆ่าพ่อของเขาถูกยกเลิกเพราะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของ Romero ที่ศาลไม่ได้บังคับให้เขายอมรับการสังหาร โรเมโรอาศัยอยู่ภายใต้การดูแลของศาลสูงอาปาเช่เคาน์ตี้ในบ้านของกลุ่มที่ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การดูแล เงื่อนไขการคุมประพฤติของเขารวมถึงการรับการรักษาและการประเมินสุขภาพจิตแทนการลงโทษ ในปี 2015 จูลี่ นิโคลสัน เจ้าหน้าที่คุมประพฤติอาปาเช่ วัย 15 ปี แนะนำให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐในปี 2558

3. Carroll Cole, 8 ขวบ
แคร์โรลล์ โคลเกิดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ในเมืองซูซิตี้ รัฐไอโอวา เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เริ่มสังหารเมื่ออายุได้ 8 ขวบ หลังจากที่ครอบครัวของเขาย้ายไปริชมอนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โคลถูกน้องสาวทำร้ายทางอารมณ์ที่บ้านและบ่อยครั้ง ถูกล้อเลียนที่โรงเรียน ในปี 1947 เขาตอบโต้กับ Duane เพื่อนร่วมชั้นวัย 8 ขวบด้วยการจมน้ำตายในทะเลสาบ แม้ว่าในขณะนั้น ทางการตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่โคลสารภาพหลายปีต่อมาในอัตชีวประวัติว่ามันเป็นความตั้งใจในช่วงวัยรุ่น โคลก่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ หลายครั้ง ถูกปลดจากกองทัพเนื่องจากประพฤติตัวไม่ดี และในปี 1960 โคลได้ทำร้ายคู่รัก 2 คู่ในรถที่จอดอยู่ในเลนของคู่รัก เขาพยายามจะบีบคอผู้หญิงจำนวนมากในปีต่อๆ มา รวมถึงเด็กหญิงอายุ 11 ปีในรัฐมิสซูรีด้วย อาชญากรรมนี้ทำให้เขาต้องโทษจำคุกห้าปี นับตั้งแต่การฆาตกรรมครั้งแรกของเขาเมื่ออายุได้ 8 ขวบ โคลไม่สามารถฆ่าได้อีกจนกระทั่งวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 เมื่อเขาบีบคอเอสซี แอล. บัคจนตาย อย่างไรก็ตาม จนถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2523 ตำรวจได้จับกุมโคลในข้อหารัดคอผู้หญิงสามคนในเท็กซัสจนเสียชีวิต ศาลตัดสินให้โคลในคดีฆาตกรรมทั้งสามคดีเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2524 และเขาถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2528 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต โคลอ้างว่าเขาได้หลบหนีไปพร้อมกับการฆาตกรรมของผู้หญิงอีกอย่างน้อยสิบสี่คนในช่วงเก้าปี ก่อนปี 1980

2. อมารี ศดา อายุ 7 ขวบ
อามาร์ดีป ซาดา หรือที่รู้จักในชื่อ อมรจีต ไม่เพียงแต่เริ่มฆ่าเด็กแต่ยังมีเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดด้วย การฆาตกรรมสามครั้งของเขาในแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย ล้วนแต่เป็นทารกอายุต่ำกว่าหนึ่งปี เมื่ออายุได้ 7 ขวบ เขาฆ่าน้องสาววัย 8 เดือนและลูกพี่ลูกน้องอายุ 6 เดือน แต่หนีไปได้เพราะพ่อแม่ของเขาช่วยปกปิดความผิด ชาวบ้านบางคนรู้ถึงการสังหารดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้รายงานเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของครอบครัว อีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนมกราคม 2550 เขาฆ่าคุชบู ลูกสาววัย 6 เดือนของเพื่อนบ้าน ในที่สุดตำรวจก็จับเขาได้ ซาดาสารภาพอย่างมีความสุขที่ได้พาคุชบูออกจากสถานรับเลี้ยงเด็ก รัดคอเธอ และเอาหินทุบศีรษะเธอ เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะฆาตกรต่อเนื่องที่อายุน้อยที่สุดของอินเดีย ตำรวจ Bhagwanpur ในหมู่บ้าน Musahari กล่าวว่า Sada ยิ้มมากและพูดน้อยมากเมื่อถูกสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมของเขา Shamshad Hussain นักจิตวิเคราะห์กล่าวว่า Sada เป็นพวกซาดิสม์ที่มีความสุขจากการถูกทำร้าย อย่างไรก็ตาม อดีตศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยปัฏนากล่าวว่าเขาไม่มีความรู้สึกถูกหรือผิด ผกก.อมิต โลธา ประกาศคดีนี้ว่าเป็นคดีจิตเวช และศดาจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อพบว่าเขามีสารเคมีไม่สมดุลและต้องการความช่วยเหลือ ซาดาจึงลงเอยในบ้านเด็กจนกระทั่งอายุ 18 ปี

1. คาร์ล นิวตัน มาฮาน 6 ขวบ
ในขณะที่มีอาจจะเป็นฆาตกรเด็กกว่าที่ได้ไปกับการก่ออาชญากรรมของพวกเขาคาร์ลมาฮันนิวตันได้อ้างชื่อของ นักฆ่าที่รู้จักกันที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เขากลายเป็นจำเลยคดีฆาตกรรมที่อายุน้อยที่สุดของรัฐเคนตักกี้หลังจากใช้ปืนลูกซองขนาด 12 เกจเพื่อฆ่าเพื่อนเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 มาฮันต่อสู้กับเซซิล แวน ฮูส วัย 8 ขวบในเมืองเหมืองถ่านหินที่ยากจนเพื่อขายเศษเหล็ก ในที่สุดฮูสก็ตบหน้ามาฮันด้วยเศษเหล็กมาฮันวิ่งกลับบ้านเพื่อไปเอาปืนลูกซองของพ่อเขาก่อนจะพูดกับฮูสว่า “ฉันจะยิงแก!” และเหนี่ยวไก ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา Mahan ถูกพิจารณาคดีในข้อหาฆาตกรรม ซึ่งเขามักจะนอนอยู่บนโต๊ะทนายฝ่ายจำเลยหรือหลับใหล คณะลูกขุนตัดสินให้ Mahan กระทำความผิดฐานฆาตกรรม และผู้พิพากษาตัดสินให้เขาได้รับโทษจำคุก 15 ปีจากโรงเรียนปฏิรูป มีความคิดเห็นของประชาชนที่ขัดแย้งกันว่าการฆ่าคนตายรุนแรงเกินไปหรือไม่เพียงพอต่อการลงโทษ ผู้พิพากษาศาลวงจรพลิกคำพิพากษาโดยกล่าวว่าผู้พิพากษามณฑลควรตัดสินคดีเด็กและเยาวชน ในที่สุด อัยการสูงสุดของรัฐเคนตักกี้ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย และประกาศว่าเขาจะไม่ดำเนินการใดๆ กับมาฮัน มาฮันได้รับอนุญาตให้อยู่กับพ่อแม่ของเขา



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 10, 2022, 01:33:07 AM
ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์
การ์ตูนโรแมนติก Romance หมึกจีน เล่ม 324

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing

เจ้าสาวพลิกล็อก
ทนไม่ไหวแล้ว ลาออก...! ไม่ยอมก็จะออก เป็นเลขาก็จริง แต่งานหาคู่แต่งงานให้เจ้านายเนี่ยนะ มันใช่เรอะ ในเมื่อฉัน... ก็รักเขา...!!!

เจ้านายของฉันคือ เจค มอน ดรากอน เป็นนักธุรกิจหนุ่มของนิวยอร์ก แต่ตอนนี้เป็นกษัตริย์แห่งรุทีเนีย... เมื่อ 3 ปีก่อน รุทีเนียเกิดการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์กอบกู้สถาบันกษัตริย์ขึ้นใหม่ อดีตกษัตริย์ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่อเมริกาก็เพิ่งเสด็จสวรรคต เจคพระโอรสจึงถูกเรียกตัวกลับกะทันหันเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ ฉันเป็นเลขาเขาที่นิวยอร์ก ก็ได้ติดตามมารุทีเนียด้วยและได้ช่วยงานสร้างชาติของเขาอย่างเต็มที่ แต่ว่า...งานคัดเลือกเจ้าสาวให้ฝ่าบาท เพียงงานนี้เท่านั้นที่ช่วยไม่ได้จริง
 
ผู้สมัครเป็นเจ้าสาวล้วนเป็นบุตรสาวของผู้มีอิทธิพลแถวหน้าภายในประเทศ ฉันต้องทำรายชื่อผู้สมัครทั้งที่ไม่เต็มใจ... พวกสาวผู้สมัครก็เสน่ห์แรงกันทุกคน ส่วนคุณก็ได้ชื่อว่าเป็นเพลย์บอยที่นิวยอร์ก ฝ่าบาท ฉันแอบรักคุณมาตลอด ตั้งแต่มารุทีเนีย ฉันก็ทำงานเต็มที่เคียงข้างคุณมาตลอด 3 ปี ฉันอยากเห็นรอยยิ้มมีเสน่ห์นั้น

กษัตริย์หนุ่มองค์ใหม่ทรงกอบกู้เศรษฐกิจที่เคยล้มละลายของรุทีเนียด้วยฝีมือการบริหารจัดการที่บ่มเพาะจากอเมริกา ฉันภูมิใจในความสามารถและความเข้มแข็งนั้นราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป แต่คุณจะมีเจ้าสาวอยู่เคียงข้างแล้ว ฉันเป็นแค่เลขา ควรต้องหลีกทางนะ ลาก่อนเจค ปาร์ตี้คืนนี้จะเป็นงานสุดท้าย

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]










































































ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]




 

แบคดรอปผ้า
รับติดแบนเนอร์เว็บบอล