สล็อตออนไลน์อันดับ1

โพสต์โฆษณาฟรี ซื้อขายสินค้าฟรี โปรโมทร้านค้าฟรี ประกาศฟรี

โพสต์โฆษณาฟรี ซื้อขายสินค้าฟรี โปรโมทร้านค้าฟรี
×

SMF - Just Installed!


เว็บหวยออนไลน์
คาสิโนออนไลน์
สล็อต แจกเครดิตฟรี
pussy888
คาสิโนออนไลน์
joker123
หวยออนไลน์
สล็อตออนไลน์
pussy888
สล็อต
Betflix
เว็บพนันออนไลน์
สล็อตออนไลน์
เกมสลอตออนไลน์
สล็อตออนไลน์
เช่าเครื่องเสียง โปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า อบรมปั้นจั่น บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก รับทำรั้ว

รับติดตั้งตาข่ายกันนก รับรีโนเวท บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป slotxo บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

รับติดป้ายโฆษณา ไนโตรเจนเหลว ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม รับติดตั้งตาข่ายกันนก pg slot pg slot

สล็อตออนไลน์
เกมออนไลน์
คาสิโน royal g-club
หวยออนไลน์
เว็บคาสิโนอันดับ1
เว็บแทงบอล sbo ดีที่สุด

บาคาร่า คาสิโน เล่นง่ายจ่ายจริง

แทงบอลออนไลน์

luciebet คาสิโนออนไลน์

คาสิโนออนไลน์ UFALOVE

SA Gaming

เว็บพนันอันดับหนึ่ง

บุหรี่ไฟฟ้า

KUคาสิโน

บาคาร่าออนไลน์

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

หวยออนไลน์

เดิมพันออนไลน์

หวยออนไลน์

สล็อตออนไลน์

สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

สล็อตเว็บใหญ่

Joker123

บาคาร่า

สล็อต ฝากถอนออโต้

บาคาร่า

คาสิโนออนไลน์

pg slot

pg slot

pg slot

บาคาร่า

เพจรวมเรื่องสยองขวัญ(อ่าน 587 ครั้ง)
เพจรวมเรื่องสยองขวัญ เมื่อ: มิถุนายน 30, 2019, 05:54:50 PM
เพจรวมเรื่องสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องน่ากลัว คดีฆาตกรรมโหด ฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก เรื่องเล่าผีน่ากลัวสยองขวัญ







เบลล์ กันเนส ฆาตกรหญิงสุดโฉด แม่ม่ายผู้เหี้ยมโหดแห่งอเมริกา
อาชญากรรมดำดิน เอล ชาโป กุซมัน
25 การทรมานสุดโหดในประวัติศาสตร์
อัจฉริยะจอมโฉดมือระเบิดต่อเนื่องยูนาบอมเบอร์
เล่าเรื่องสยองขวัญ นั่งซากหวาดผวา ศพล่อเสือ
รวมตำนานผีนานาชาติและปิศาจทั่วโลก
5 ฆาตกรต่อเนื่องที่ยังคงลอยนวลอยู่
5 ผีปีศาจที่มาเยือนยามค่ำคืน
ตำนานผีญี่ปุ่น



6 ตำนานผีของภาคเหนือ
5 อันดับผีตามความเชื่อของคนอีสาน
10 ตำนานผีอาเซียนประเทศเพื่อนบ้านสุดสยอง
มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน (Sawney Bean)
10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิตที่สุดในโลก
8 อันดับฆาตกรสุดโหดแห่งสยามเมืองยิ้ม
เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง
อลิซาเบธ บาโธรี่ เคานท์เตสกระหายเลือด



25 อาหารแปลกจากทั่วโลก
เล่าเรื่องสยองขวัญ ตายอย่างไก่
เล่าเรื่องสยองขวัญตอนบ้านร้าง
เล่าเรื่องสยองขวัญ ยายไอ้แผน
เล่าเรื่องสยองขวัญ ผีปอบที่วัดป่า
เล่าเรื่องสยองขวัญ ไม่น่าหยิบมา
เล่าเรื่องสยองขวัญ ปอบ
เล่าเรื่องสยองขวัญ แม่ยายเป็นปอบ
เล่าเรื่องผี ปอบห้องเช่า
เล่าเรื่องผี ยายสาย
เล่าเรื่องผี ยายขึ้นไปทำอะไร
ตำนานผีญี่ปุ่น รวมปีศาจสัตว์
เล่าเรื่องสยองขวัญ สยองกลางทุ่ง
เล่าเรื่องสยองขวัญ คุณแม่เล่าให้ฟัง
เล่าเรื่องสยองขวัญ อยากลองจนเจอดี
เล่าเรื่องสยองขวัญ บ้านเก่า
เล่าเรื่องสยองขวัญ 6 ปีไม่เคยลืม
เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ
เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี
เล่าเรื่องสยองขวัญ ทำไมไม่บวชให้
เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องเทพเจ้ากินคน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องหัวกะโหลกร้องเพลง
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแค้นของนักบวชชรา 1
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแค้นของนักบวชชรา 2
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องความแเค้นของโอมุชะ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องบ่อนํ้าของคนตาย
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องผีของหมู่บ้านชิตานิซามอน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องก้อนหินร้องไห้ยามค่ำคืน
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องวิญญาณของโอมัตสึ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องต้นสนแขวนวิญญาณ
ตำนานผีญี่ปุ่น เรื่องวิญญาณเลี้ยงลูก
ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ
ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน
ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร
ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ
เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง
เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว
เล่าเรื่องสยองขวัญ สาวชุดดำ
เล่าเรื่องสยองขวัญ วิญญาณอาฆาต
บ้านหลอนแดนนรก
10 สุดยอดเรื่องเล่าสยองขวัญเดอะช็อค
เครื่องทรมานในอดีต
วิวาห์สังหารในอินเดีย ฆาตกรต่อเนื่อง 20 ศพ
เทศกาลตำนานวันปล่อยผี
เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม
คดีโหดแห่งเขาแอลป์
13 เมืองอาถรรพ์
คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง
ย้อนรอยคดีซีอุยฆ่ากินเครื่องในเด็ก
ไขปริศนาใครคือแจ๊คเดอะริปเปอร์ (Jack The Ripper)
ย้อนรอยคดีพิศวาสฆาตกรรม นวลฉวีและศยามล
10 สถานที่สุดแห่งความสยองขวัญ
10 อันดับฆาตกรเด็ก
ปริศนามรณะตระกูลเคนเนดี้
แคทเธอรีน เฮย์ ต้นตำรับคดีฆ่าหั่นศพ
เดวิด เบอร์โควิทซ์ ฆาตกรต่อเนื่องแห่งนิวยอร์ค
คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง (Red Barn Murder)
ยโศโฆษาฆาต ฆ่าเพื่อเกียรติยศของครอบครัว





Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2019, 05:55:20 PM
ขายการ์ตูน pdf ออนไลน์ การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ

สั่งซื้อการ์ตูน แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ ที่นี่



อาอิฮาระ โคโทโกะ ยื่นจดหมายรักให้กับชายในดวงใจที่อยู่ต่างห้องเรียนเป็นหนุ่มฮอตหน้าตาดีเรียนเก่งเป็นอัจฉริยะที่ชื่อ อิริเอะ นาโอกิ และถูกปฏิเสธในทันใด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยสักนิด แต่จู่ๆก็เกิดอุบัติเหตุที่ชักนำให้โคโทโกะต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของนาโอกิ ด้วยความต้อนรับของแม่ของอิริเอะที่เอ็นดูโคโทโกะมากและอยากให้มาเป็นสะใภ้ ในการสอบกลางภาค นาโอกิ ได้ติวเข้มให้กับโคโทโกะจนได้คะแนนอยู่ในระดับแนวหน้า เป็นเหตุให้ฏคโทโกะยิ่งเป็นปลื้มในตัวนาโอกิทวีคูณ



ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ได้รู้แล้วว่า โคโทโกะ อาศัยอยู่บ้าน นาโอกิ เป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นชุลมุนแบบฉุดไม่อยู่ เหตุการณ์ในบ้านก็ใช่ย่อย เพราะแม่ของนาโอกิเจ้ากี้เจ้าการวางแผนจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่นาโอกิปฏิเสธอย่างแข็งขัน



เรื่องนี้สนุกตรงที่พระเอกซึนมากๆ ปากแข็ง พูดจาดูถูกนางเอกว่าโง่บ้าง ไม่ใช่สเป๊ค ตอนแรกๆ ก็ปฏิเสธนางเอกตลอดๆ แต่พออยู่บ้านเดียวกันไปนานๆ ก็หลงรักในความเปิ่นๆ โก๊ะของนางเอก แต่ก็ไม่ยอมรับจนนางเอกถอดใจจะไปรักคนอื่น พระเอกถึงได้รู้ใจตัวเอง สนุกจนนำไปทำเป็นซีรีย์ละครของไต้หวันและโด่งดังมากๆ



ตัวอย่างเล่ม 1 ลองดาวน์โหลดเลยค่ะ

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 01

https://drive.google.com/file/d/1bgkHhOy7cCvXpx3xRiKhkJRe5ip6OWOX/view?usp=sharing
























































































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์



ติดต่อแม่ค้า

ไลน์ fattycatty

อีเมล์ [email protected]




Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2019, 04:00:02 PM
TOP 10 SCARY JAPANESE URBAN LEGENDS

10. Teke-Teke


This is the Urban Legend about a girl who fell under a train and was cut in half. She became a vengeful spirit that moves using her hands and elbows, dragging herself while making the sound -Tek-Tek- … if you hear that noise, youre supposed to run. Those who are caught by the Tek Tek will recieve a fate like her - shes said to slash her victims in half so that they look like her, and possibly become wandering vengeful spirits as she is.

9. Slit Mouthed Woman


You may recognise this one from a number of Japanese movies and TV shows. The traditional name for this being is Kuchi-sake-onna and dates back over 300 years ago. She is a woman who was brutally mutilated by her husband after he found she was having an affair with another Samurai. This left her in death as a restless spirit. She is said to cover her mouth with a cloth mask, a fan or a scarf. If you approach her, shell ask you if you think shes pretty. If you answer yes, she will remove the mask and when the victim screams they will be slashed from ear to ear until they look like her. Even if you say no, shes said to follow you home and brutally murder you that night.

8. Daruma-san


This urban legend is more of an old game passed down through the years. You shower in a bath, turn off the lights and chant -Daruma-san fell down- while you wash your hair … its said that you will see a woman in your mind. She is Daruma-San. Shell be standing up in a bath. Youll see her slip and fall onto an old rusty tap. It goes straight through her eye and kills her. Then, you will feel her ghostly presence behind you. If you turn around - there she is. Black tangled hair, rotting clothes, one eye is bloodshot and the other is just a bloody, hollow eye socket. The game continues even further than that if you dare, but I think thats enough for you to understand this creepy urban legend.

7. Girl From The Gap


This Japanese story comes from peoples natural fear of what lies lurking in the cracks of a home. Do you ever see something move past the hinge of a door? Is that someone looking out from inside your wardrobe? Have you ever pictured a hand reaching out from between your bed and the floor? Well it could be the girl from the gap - a spirit that lives both physically and metaphorically -between worlds-. Its said that if you ever see her, she will ask if you want to play hide and seek. At that point the game is on. When you her between a gap again, shell drag you to an other worldly hell.

6. The Red Room


This is a very modern Japanese urban legend about a pop up ad thats red with black test. In a childs voice, it simply repeats the phrase -Do you like?-. A boy who got the popup tried to close it but it kept reappearing. Then, it changed to -Do you like red?- … he keeps trying to close it but it grows large and changes again to say -Do you like the red room?- … then, the site changes. All red and black. It has a list of names on it - his friends is at the bottom. And hand reaches out towards the boys neck from a video. tHE Ending gets even more twisted but guess what, its based on a real website. Its still out there. If you can find it, youll know the gruesome legend of the red room and if the horrible ending comes true for you.

5. The Human Pillars


This legend dates back to ancient times in Japan where its known as Hito-bashira. Back then, there was a belief that a human sacrifice sealed inside a structure would make a foundation more stable. This means that many old Japanese buildings are said to contain the spirits of the people who were sacrificed during their construction. One famous example is Matsue Castle where a woman was sealed inside the foundations during its construction. Now her spirit is said to haunt the castle and whenever a woman dances there, the castle shakes violently. Many building owners in Japan are open about their building being a Human Pillar.

4. The Snake Woman


This one comes from the old Japanese folklore pf Nure-onna which translates to wet woman. She is often described as having the head of a woman and the body of a snake - with long claws, snake eyes and jet black hair.  She carries with her a childlike bundle to lure in her victims. If a person tries to pick up the baby, they find its not a child at all. The bundle then becomes very heavy and stops the victim from fleeing. The snake woman then uses her long tongue to suck all of the blood from the victims body until they die.

3. Onibaba


She is a demon women that often appears in Japanese folk folklore. She will often appear as an old woman asking for help but if you get to close, she will slice you open with a knife and eat you. She is said to be the tormented spirit of a woman who accidently killed her pregnant daughter and unborn grandchild in an effort to find a cure for her friends child being sick. She was told to bring them the liver of an unborn child but when she finally killed her victims, she found they were her own family.

2. The Dream School


This one is extra creepy because apparently if you don't forget it within a week - it will happen to you. Lets see if this is true. One night, a boy had a dream about a school. The hallways looped forever, bringing him back to the start. Staircases led back to the first floor. As he got scared, he heard footsteps behind him. He ran until he found an emergency exit with a glass box and a key next to it. The glass had been smashed and there was a note saying it could be found in room 108. When he found that room, it was empty - no students - but there were backpacks hanging off every chair. There was a pounding on the door. He opened it, terrified, to find the hallways covered with dead children. Its said that he never woke up from his dream and if you don't forget the story in one week, youll meet the same fate. Don't worry though guys

1. Onryo


This is a traditional Japanese ghost belief about a vengeful spirt that can and will physically hurt the living. Its a very scary concept if youre only familiar with the western idea of ghosts which don't really take solid forms and so cant hurt humans with physical contact. Thats not true for an Onryo. They are vengeful and full of hate, stopping at nothing to enact the suffering they received when they were alive. For any of you guys who have seen The Grudge, this spirit is the influence for that creepy girl in that movie.






TOP 10 SCARY AMERICAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY MEXICAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CANADIAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY IRISH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY JACK THE RIPPER URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY BRITISH URBAN LEGENDS PART 2
TOP 10 SCARY HOSPITOL URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY BLOODY MARY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY INDIAN URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY DISNEY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY SWEDISH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CEMETERY URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY AMERICAN URBAN LEGENDS PART 2
TOP 10 SCARY MCDONALD'S URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY FRENCH URBAN LEGENDS
TOP 10 SCARY CHINESE URBAN LEGENDS PART 2
10 CREEPY URBAN LEGENDS FROM AROUND THE WORLD
5 CREEPIEST URBAN LEGENDS



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2019, 06:34:00 PM
ขายการ์ตูนตาหวาน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต การ์ตูนตาหวาน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนสยองขวัญ การ์ตูนตาหวาน การ์ตูน Princess หมึกจีน แบบ pdf ดูในคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรือแท็บเล็ต โอนเงินแล้วดาวน์โหลดไฟล์ได้เลย

ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty
อีเมล์ [email protected]

ตัวอย่างการ์ตูน คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดการ์ตูน
CHEESE 4
https://drive.google.com/file/d/0B2rHOMg8VlgMNVQ4ZEw2NFYwNFU/view?usp=sharing

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

การ์ตูนหัวใจไม่ร้างรัก 2 เล่มจบ

การ์ตูนรวมเล่มหายาก เล่มหนา ความยาว 1,200 กว่าหน้า เรื่องราวของ ทามาเตะ บก.นิตยสารแฟชั่น สาวสวยที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่อยากลาออกจากงานเพื่อมาเป็นแม่บ้านเพื่อปรนนิบัติสามี แต่อยากมีสามีที่เป็นพ่อบ้านคอยดูแลเธอ

ด้วยความที่ยุ่งกับงานและมีแนวคิดแบบนี้ ทำให้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องและทรมานกับการขาดเซ็กซ์ถึงหนึ่งปีแปดเดือน และเมื่อโชคชะตานำพาชายหนุ่มรูปหล่อที่สามารถตอบสนองความต้องการของทามาเตะได้อย่างถึงใจ แถมเขายังทำอาหารอร่อยอีกด้วย เป็นชายในฝันเลยก็ว่าได้ เรื่องราวเหมือนว่ากำลังจะดี แต่แล้วชายหนุ่มผู้นั้นกลับ...





























































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์


ติดต่อแม่ค้า

ไลน์ fattycatty

อีเมล์ [email protected]om



Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 22, 2020, 12:18:14 AM
ขายการ์ตูน pdf ออนไลน์ การ์ตูนแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ

สั่งซื้อการ์ตูน แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 12 เล่มจบ ที่นี่



ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]

อาอิฮาระ โคโทโกะ ยื่นจดหมายรักให้กับชายในดวงใจที่อยู่ต่างห้องเรียนเป็นหนุ่มฮอตหน้าตาดีเรียนเก่งเป็นอัจฉริยะที่ชื่อ อิริเอะ นาโอกิ และถูกปฏิเสธในทันใด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยสักนิด แต่จู่ๆก็เกิดอุบัติเหตุที่ชักนำให้โคโทโกะต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของนาโอกิ ด้วยความต้อนรับของแม่ของอิริเอะที่เอ็นดูโคโทโกะมากและอยากให้มาเป็นสะใภ้ ในการสอบกลางภาค นาโอกิ ได้ติวเข้มให้กับโคโทโกะจนได้คะแนนอยู่ในระดับแนวหน้า เป็นเหตุให้ฏคโทโกะยิ่งเป็นปลื้มในตัวนาโอกิทวีคูณ



ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดเพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ได้รู้แล้วว่า โคโทโกะ อาศัยอยู่บ้าน นาโอกิ เป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นชุลมุนแบบฉุดไม่อยู่ เหตุการณ์ในบ้านก็ใช่ย่อย เพราะแม่ของนาโอกิเจ้ากี้เจ้าการวางแผนจะให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่นาโอกิปฏิเสธอย่างแข็งขัน



เรื่องนี้สนุกตรงที่พระเอกซึนมากๆ ปากแข็ง พูดจาดูถูกนางเอกว่าโง่บ้าง ไม่ใช่สเป๊ค ตอนแรกๆ ก็ปฏิเสธนางเอกตลอดๆ แต่พออยู่บ้านเดียวกันไปนานๆ ก็หลงรักในความเปิ่นๆ โก๊ะของนางเอก แต่ก็ไม่ยอมรับจนนางเอกถอดใจจะไปรักคนอื่น พระเอกถึงได้รู้ใจตัวเอง สนุกจนนำไปทำเป็นซีรีย์ละครของไต้หวันและโด่งดังมากๆ



ตัวอย่างเล่ม 1 ลองดาวน์โหลดเลยค่ะ

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก 01

https://drive.google.com/file/d/1bgkHhOy7cCvXpx3xRiKhkJRe5ip6OWOX/view?usp=sharing























































































ดูรายชื่อการ์ตูนได้ที่ สั่งซื้อการ์ตูนตาหวาน PDF ขายการ์ตูนออนไลน์

ติดต่อแม่ค้า
ไลน์ fattycatty

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มไลน์ได้ที่นี่


อีเมล์ [email protected]






Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2020, 12:54:37 AM
ฝันพยากรณ์ ทํานายโชคชะตาและตัวเลขจากความฝัน ทำนายฝัน

ศาสตร์อันลี้ลับของความฝัน
พระนันทาจาริย์ปราชญ์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาผู้แต่ง คัมภีร์สารัตถะสังคหะ และเป็นผู้ยืนยันว่า พระอรหันต์ไม่ฝันด้วย เหตุผลดังว่านั้น ได้ระบุมูลเหตุของความฝันไว้เป็นข้อคิดอยู่ 4 ประการคือ
1. ฝันโดยเป็นบุพนิมิต คือ บอกให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุ ดีหรือร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น
2. ความฝันเกิดจากควงจิตที่ฝังพะวงหรือพัวพันอยู่กับ สิ่งหนึ่งก่อนหน้าจะหลับ จึงเก็บเอาสิ่งนั้นมาฝัน
3. เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเทวดาเพราะเทวดาต้องการให้ โทษหรือให้คุณ
4. ความฝัน เกิดจากธาตุกําเริบ กล่าวคือร่างกายไม่ปกติ ครั้นหลับลงจึงฝันไปในรูปต่าง ๆ

คัมภีร์อธิบายเรื่องฝันของพระนันทาจาริย์เล่มนี้ ครั้งหนึ่ง ได้เคยใช้เป็นหลักสูตรของตําราทางพระพุทธศาสนาแต่ต่อมา สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้ทรงยกเลิก และใช้เรื่องอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ความฝันก็เป็นเรื่องที่บรรดานักปราชญ์ หลายชาติได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ต่าง ๆ นานา และไม่ถึงกับจะลง ความเห็นว่า ความฝันเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียทีเดียวนัก เพราะ นักปราชญ์บางคนก็ถึงกับลงทุนค้นคว้าถึงสมุฏฐานหรือที่มาของ ความฝันกันอย่างเคร่งครัด โดยถือเอาว่า ความฝันเป็นจิตวิทยา อย่างหนึ่งของคนเราที่จะต้องศึกษาไว้ จนถึงกับทําเป็นตําราหรือ วิชาความฝันออกมาด้วยกันหลายเล่ม เป็นตําราที่เขียนขึ้นโดย นักปราชญ์หรือนักจิตวิทยาหลายชนิดและดูเหมือนว่าวิชาเรื่อง ความฝันนี้ จะเป็นตําราที่เก่าแก่กว่าวิชาอื่น ๆ ทั้งหลายในโลกก็ ว่าได้

นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง กล่าวว่า  “วิชาความฝันนั้น เป็นวิชาเก่าเท่ากับตัวโลกเอง”
คํากล่าวเช่นนี้ไม่ผิดนัก เพราะนักปราชญ์หลายคนยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่าความฝันเป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักและเริ่มสนใจมา ตั้งแต่โบราณกาล และสืบทอดความสนใจในการค้นคว้ามาจน กระทั่งถึงทุกวันนี้ ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าไม่มีวิชาใดที่จะมีผู้ค้นคว้า หาความรู้กันมากเท่ากับวิชาความฝันนี้
เพราะตามบันทึกของ ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักปราชญ์ชาวออสเตรียนผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นทั้งนักจิตวิทยา และแพทย์ได้ใช้เวลาในการค้นคว้าหาความจริงในเรื่องความฝันนี้ โดยใช้การรวบรวมเรื่องความฝันนี้เรื่องเดียวว่ามีหนังสือวิชา ความฝันนี้ถึง 700 กว่าเล่ม เป็นภาษาต่าง ๆ ซึ่งมีภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อิตาเลียน, สเปน, ลาติน, รัสเซีย, และ ฯลฯ และดูเหมือนว่า เยอรมันจะมีหนังสือประเภทนี้ออกมามากที่สุด รองลงไปก็คือ ฝรั่งเศส
ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ยอมรับว่า ความฝัน เป็นศาสตร์อันลี้ลับอย่างหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์เราที่ สามารถ จะบอกเหตุการณ์ทั้งอดีตและอนาคตได้ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะมีบุคคลอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่ยอมรับและเชื่อถือใน เรื่องชนิดนี้ก็ตาม แต่บุคคลเหล่านี้ก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกนึกคิด ในทางผูกพัน กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนได้ฝันขึ้นทั้งดีและร้ายไป เสียที่เดียวได้นัก
เพราะความฝันบางเรื่องสามารถจะเป็นเหตุให้ผู้ฝันบางคน ได้รู้สิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย และรู้ถูกต้องตามความเป็นจริง เสียด้วย
ในทางไทยก็ยอมรับว่า ความฝันซึ่งเป็นเครื่องบอกเหตุ การณ์ล่วงหน้า เรียกว่า บุพนิมิต” นั้นมีอยู่จริง เช่น อย่างใน คัมภีร์ หรือตําราทางศาสนาที่อ้างถึง “พระมหาสุบินของ พระพุทธเจ้า และอย่างที่ไทยเราในสมัยยุคประวัติศาสตร์โบราณ เกือบทุกสมัย ก็ยังต้องมีโหรหลวงคอยทําหน้าที่ถวายคําทํานาย พระสุบิน ของพระมหากษัตริย์อยู่ด้วยทุกครั้งเสมอไป

อิทธิพลของตัวเลขในความฝัน
ความฝันของคนเราที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์ หรือ สัตว์ หรือกับสิ่งของต่าง ๆ ตามตําราทํานายฝันส่วนมากที่ให้ ความหมายของสิ่งเหล่านั้นเป็นตัวเลข มักจะมีส่วนใกล้เคียงกัน อยู่มาก ซึ่งอาจเกิดจากการสังเกตหรือพิจารณาเอาจากลักษณะ รูปร่าง หรือจุดเด่น หรือลําดับของตัวอักษรของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มาเป็นหลักเกณฑ์ โดยใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มานานหลาย ชั่วอายุคนแล้วก็ได้ จึงสามารถให้ความเชื่อถือต่อการทดลอง เปรียบเทียบในลักษณะที่เรียกว่า ใกล้เคียงหรือมีส่วนตรงกับ เป้าหมายได้เป็นส่วนมาก
เหตุนี้ ผู้เป็นเจ้าของตํารับเดิม จึงได้พยายามถอดเอา สิ่งที่ฝันถึงเหล่านี้ออกมาเป็น เลข" โดยถือเอาว่าเป็น “อิทธิพล อย่างหนึ่งของตัวเลข ที่บันดาลให้เป็นไปในมโนภาพแห่งความฝัน ของคนเรา ซึ่งแม้จะยึดถือเป็นหลักเกณฑ์ตายตัวหรือ “แม่นยํา ทีเดียวนักไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าจะมีส่วนใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
จึงขอให้ผู้อ่านที่สนใจลองใช้ความสังเกต หรือลองหัด พิจารณาดูเองบ้าง หากจะผิดพลาดไปจากคําทํานายก็ขอให้ถือว่า เป็นส่วนประกอบในการหาความสนุกหย่อนใจหรือเป็นเครื่อง บันเทิงใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วกัน

หลักทํานายและการใช้วิธีสังเกตจากตํารับโบร่ําโบราณ เดิม มีดังนี้
ถ้าฝันเห็นกษัตริย์, พระราชินี, ประมุข, คนแก่หง่อม สูงอายุ, บิดามารดา, พระพุทธรูปบูชา, พระประธานในโบสถ์ พระแก้วมรกต, ฯลฯ มักจะเป็นเลข 9 (เฉพาะองค์พระราชินีนั้น ถ้าในฝันมีองค์พระราชายืนประทับเคียงข้างให้ถือเป็น 8 และ องค์กษัตริย์เป็น 9 ฉะนั้นเลขนี้จะต้องเป็นเลข 2 ตัว คือ 98 หรืออาจจะเป็น 29 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นไก่, หนู ฯลฯ มักเป็นเลข 1 (ถือเอาว่า ก. ไก่ เป็นพยัญชนะตัวแรก และหนูเป็นปีแรกของปีเกิด หรือปี 12 นักษัตร คือ ชวด แปลว่า หนู)
ถ้าฝันเห็นเสาเรือนโดดเดี่ยว, ไม้ไผ่, ดินสอ, ก้านธูป หรือสิ่งที่เรียวยาว เช่น เส้นเชือกวิ่งตรง, เส้นหมี่ หรือ เสาธง (ไม่มีธง) ก้านไม้ขีด, ไม้บรรทัด, ไม้เรียว, บุหรี่ มักจะเป็นเลข 1
ถ้าฝันเห็นคนตาย, ศพ หรือโลงศพ มักจะเป็นเลข 4 (ในทางอิทธิพลของตัวเลขนี้ว่าเลข 0 แทน 4 หรือ 4 แทน 0 ได้ ฉะนั้นจึงเป็น 4 หรือ 0 ได้)
แต่ถ้าฝันเห็นคนที่ตายไปแล้วเป็นคนแปลกหน้าและเป็น "ผี" ในฝัน มักเป็นเลข 6 (ซึ่งแปลความหมายว่า ผีหลอก" คือ “ผีโกหก" คําว่าหลอกหรือโกหกจึงเท่ากับ 6)
ถ้าฝันเห็น หีบ ห่อ, กระเป๋าเดินทาง, โต๊ะ, เก้าอี้, เตียงนอน, วิทยุ หรือ สมุดหนังสือ หรือวัตถุสิ่งของที่มีรูปสี่เหลี่ยม มักจะเป็นเลข 4
ถ้าฝันเห็นกระแสน้ํา หรือ น้ํา มักเป็นเลข 2 (ถือเอา ลําดับจากธาตุทั้ง 4 คือ 1. ดิน 2. น้ํา 3. ลม และ 4. ไฟ เพราะฉะนั้นถ้าฝันเห็นดิน ก็มักตรงกับเลข 1 หรือฝันเห็น ไฟ ก็ มักตรงกับเลข 4)
ถ้าฝันเห็นแว่นตา, ถนนมผู้หญิงทั้งสองข้าง ปาก คน เป็ด, คนกอดอก, ห่วง 2 ห่วงคล้องกัน ฯลฯ มักเป็นเลข 8 (คือ ถือเอาตามลักษณะและอักษรเช่นแว่นตามีวงกลม2วงต่อเนื่องกัน หรือนมสองข้าง ส่วนคําว่าปากและเป็ด ถือเอาตัวอักษร ป. เป็นความหมายของคําว่าแปด)
ถ้าฝันเห็นนก มักเป็น เลข 6 ทั้งนี้ไม่ถือตามตัวอักษร น. เป็น 1 แต่ถือเอาการออกเสียง “นก” ใกล้เคียงกับ หก หรือถือว่า นก คือ “วิหค” ก็ได้
ถ้าฝันเห็นเรือ มักเป็นเลข 5 (ตามความสังเกตว่า ร. เรือ มีลักษณะคล้ายตัวเลขอารบิคเลข 5 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นผู้หญิงในวัยสาวถึงกลางคน มักเป็นเลข 5 แต่ถ้าฝันเห็นหญิงคนท้อง มักเป็นเลข 6 หญิงแก่ชราหรือมารดา มักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นพลับพลา, บ้านเรือน, อาคาร, หรือหลังคาบ้าน มักเป็น เลข 7
ถ้าฝันเห็นวงแหวน, กําไลมือ, หลุมหรือบ่อหรือวัตถุที่มี ลักษณะเป็นวงกลม หรือกลอง มักเป็นเลข 0 (บางตําราว่าแหวน มักจะตรงกับ เลข 6 ซึ่งอาจถือเอาคําว่า ว.แหวน มีลักษณะ คล้ายเลข 5 ของไทยก็ได้)
ถ้าฝันเห็นสามง่าม, คราด, ส้อม ช้อน, คทา, รถสามล้อ, จั่วหลังคา มักเป็น เลข 3
ถ้าฝันเห็นจิ้งจก, ตุ๊กแก, จรวด, เจว็ดศาล, จอบ มักเป็น เลข 7 (ถือเอาตามตัวอักษร จ. อยู่ในคําว่าเจ็ด ส่วนตุ๊กแกนั้นถือ เอาไม้ตรี () มีลักษณะเป็นเลข ๗ ของไทย)
ถ้าฝันเห็นวัวควาย, สุนัข, เรือ หรือสัตว์ 4 เท้า ส่วน มากมักเป็นเลข 4 แต่ให้สังเกตว่า ถ้าเป็นสัตว์ที่อยู่ใน 12 นักษัตรของปีเกิด คือปีชวด-ปีกุน ให้ถือ ชวด (หนู) 1, ฉลู (วัว) 2, ขาล (เสือ) 3, เถาะ (กระต่าย) 4, มะโรง (งูใหญ่) 5. มะเร็ง (งูเล็ก) 6. มะเมีย (ม้า) 7, มะแม (แพะ) 8. และวอก (ลิง) 9. ส่วนระกา (ไก่) เป็น 1 หรือ 10, จอ (สุนัข) เป็น 11 หรือ 4 กุน (หมู) เป็น 12 หรือ 4
ถ้าฝันเห็นแก้วน้ํา, แก้ว, เพชรพลอย มีค่ามักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นเบ็ดตกปลา (ตัวเบ็ด) ไม้เท้าถือ (มีหัวโค้งงอ เหมือนรูปตัว j) คันร่ม หรือสะพานโค้งมักเป็นเลข 6
ถ้าฝันเห็นกางเกง, เสื้อ, ตะเกียบทั้งคู่ รางรถไฟ และ รองเท้า (ทั้งคู่) มักจะเป็นเลข 2 (ถือเอาว่าสิ่งเหล่านี้มีเลขเป็นคู่ คือ 2 เช่น กางเกงมี 2 ขา หรือรองเท้าต้องมีคู่หรือ 2 ข้าง)
ถ้าฝันเห็นงูใหญ่ หรือพญานาค (ตามที่เข้าใจในฝัน) มัก จะเป็นเลข 5 คือถือเอาลําดับในปีเกิด 12 นักษัตร ถ้าฝันเห็นงูเล็ก ๆ หรืองูธรรมดาทั่วไป มักเป็นเลข 6 (ถือปี 12 นักษัตร เช่นเดียวกัน)
ถ้าฝันเห็นมือหรือเท้า มักเป็นเลข 5 (ถือเอาว่ามี 5 นิ้ว) แต่ถ้าฝันเห็นแขน หรือขา มักเป็น 2 (ถือเอาว่ามนุษย์เรามี 2 แขน 2 ขา) แต่ถ้าฝันเห็นมือ ในลักษณะกําแน่นหรือกําหมัด หรือกําปั้น มักเป็นเลข 6 หรือ 9 และถ้าฝันเห็น “มือจับ” เช่น จับปลา จับสิ่งของ ถือเอาลักษณะของการ “จับ” เป็นเลข 7 เช่น จับปลา ก็จะต้องเป็น 87 หรือ 78 เพราะปลาเข้าในลักษณะของเลข 8
ถ้าฝันเห็นว่าวจุฬา มักเป็นเลข 5 เพราะมีปลายทั้ง 5 คล้ายดาว แต่ถ้าเป็นว่าวปักเป้า ว่าวอีลุ้ม มักเป็นเลข 4 เพราะ เป็น 4 มุม
ถ้าฝันเห็นบันได มักเป็นเลขคี่ คือ 3, 5, 7.9 (เพราะบันได ส่วนมาก จะต้องสร้างขั้นบันไดให้เป็นเลขคี่ ฉะนั้นถ้าฝันสังเกต
ระยะความสูงหรือขั้นบันไดได้ ก็อาจจะมีความหมายเป็นเลขคี่ เลขใดเลขหนึ่งได้ใกล้ชิด)
ถ้าฝันเห็นภูเขาสูงใหญ่ มักเป็นเลข 9 ถ้าฝันเห็นจอมปลวก หรือตัวปลวก มักเป็นเลข 8
ถ้าฝันเห็นอุจจาระ หรือ ขี้ มักเป็นเลขคี่ (แต่ต้องสังเกต ว่า จํานวนของก้อนขึ้นั้นมากหรือน้อย แล้วตีความหมายให้ ใกล้เคียงเช่น จํานวนก้อน 2 ก้อน ก็อยู่ในราวเลข 1, หรือ 3 แต่ ถ้ามากก็ตีความหมายเป็น 5 หรือ 7 ได้ อย่าให้ถึง 9)
ถ้าฝันเห็น หมวก, มงกุฎ, ชฎา, ธงปักปลายยอด มัก เป็นเลข 9 (คือ ถือว่าเป็นของอยู่สูง)
ถ้าฝันเห็นกุ้ง มักเป็น 9 ถ้าฝันเห็นรวมกับปลาก็ต้อง ตีความหมายว่า 98
ถ้าฝันเห็นเต่า, ตะพาบ มักเป็น เลข 4 บางตําราว่าเลข 3 คือถือว่าตัวอักษร ต. ใกล้เคียงกับเลข ๓ ของไทย
ที่ยกมานี้ เป็นแนวทางตัวอย่างของอิทธิพลตัวเลขแทน สิ่งต่าง ๆ ในฝันตามเหตุผลของเจ้าของตํารับเดิมแต่โบราณกาลมา ซึ่งท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามที ก็ลองพิจารณสังเกตเอาตามที่ท่าน ฝันดูสัก 2-3 ครั้ง บางที่จะช่วยให้ท่านมีประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นบ้าง



ฝันเห็นงูฝันเห็นงูสีขาวฝันเห็นงูเหลือมฝันเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ฝันเห็นงูเหลือมสีทองฝันเห็นงูใหญ่
ฝันเห็นงูตัวใหญ่ฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูลายฝันเห็นงูเขียวฝันเห็นงูเห่าฝันเห็นงูจงอาง
ฝันเห็นงูจงอางยักษ์ฝันเห็นงูจงอางเข้าบ้านฝันเห็นงูจงอางหลายตัวฝันเห็นงูจงอางกัดฝันเห็นงูจงอางเผือกฝันเห็นงูจงอางชูคอ
ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่มากฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูแมวเซาฝันเห็นงูหลามฝันเห็นงูตัวสีฟ้าฝันเห็นงูตัวสีดำ
ฝันเห็นงูตัวสีแดงฝันเห็นงูสีทองฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูสองตัวฝันเห็นงูเผือกฝันเห็นงูหลาม
ฝันเห็นงูตัวใหญ่มากฝันเห็นงูตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูตัวใหญ่หลายตัวฝันเห็นพญานาคฝันเห็นพญานาคตัวใหญ่ฝันเห็นพญานาคสีทอง
ฝันเห็นพญานาคสีเขียวฝันเห็นพญานาคสีแดงฝันเห็นพญานาคเล่นน้ำฝันเห็นพญานาคไล่ตามฝันเห็นหงอนพญานาคฝันเห็นพญานาคสีเงิน
ฝันเห็นพญานาคหลายตัวฝันเห็นพญานาคพูดได้ฝันเห็นพญานาคพ่นน้ำฝันว่างูรัดฝันว่างูกัดฝันว่างูกัดขา
ฝันว่างูกัดเท้าฝันว่าฆ่างูฝันว่าตีงูฝันว่างูเลื้อยผ่านฝันว่างูกัดแขนฝันว่างูกัดนิ้ว
ฝันว่างูไล่กัดฝันว่างูฉกฝันว่ากินงูฝันว่าจับงูฝันว่างูเลื้อยขึ้นตัวฝันว่างูรัดขา
ฝันว่างูรัดแขนฝันว่างูรัดตัวฝันว่างูรัดขาขวาฝันว่างูรัดขาซ้ายฝันว่างูรัดแขนขวาฝันว่างูรัดแขนซ้าย




Re: เพจรวมเรื่องสยองขวัญ ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 20, 2021, 02:59:33 PM
Japan through its urban legends: from Kuchisake onna to Kisaragi station

Fantastic and horror stories that were once told by word of mouth, like something that happened to someone you know, are now being transmitted through digital spaces. An expert in Japanese folklore tells us about the background and birth of this type of urban legends, and the social changes they represent.

An unknown woman, wearing a mask, comes across a child and asks him: "Am I beautiful?" The frightened child answers yes, and the woman removes her mask. "Now you think so too?" His lips part, opening up to his ears ... Almost every Japanese, of whatever age, has ever heard that story, called Kuchisake onna . In recent years it has also become famous abroad, as an example of a Japanese horror story.

According to Iikura Yoshiyuki, professor at Kokugakuin University and researcher of contemporary oral literature, "The story of Kuchisake onna is the most famous of all purely Japanese urban legends." How is this type of urban legend generated? How does it evolve over time?

Kuchisake onna , a warning about strangers
According to Iikura, at the end of 1978 a rumor began to spread about an elderly farmer from (so they say) Yaotsu, in Gifu prefecture, who claimed to have seen a woman with a mouth from ear to ear in a corner of her garden . "At the beginning of 1979 the newspaper Gifu Nichinichi Shinbun (now Gifu Shinbun ) reported on the rumors of Kuchisake onna , and among the children the story continued to circulate, more and more in detail exaggerated. The woman wore a mask, she wore a red coat .. They even said that he had a sickle in his hand, that he could run a hundred meters in six seconds, that he hated the smell of jelly and that if you gave him a piece of candy he would let you go. "

In just six months, the legend of Kuchisake onna left Gifu and spread to Aomori in the north and Kagoshima in the south. "An important factor in this was the fact that at that time the number of children studying in an academy after school increased a lot. Until then, urban legends had not had much opportunity to leave each school district, but in the academies , which had students from different centers, it was enough for a child to tell about something that had happened in his school for the others to be scared and, thinking that the same could happen in his own center, to tell it in turn to his classmates Some spoke by phone with relatives, and the information was even transmitted through other newspapers and even television networks. "

For children, Kuchisake onna was a terrifying image, and also a warning about strangers. "The academies began their classes in the afternoon, and then the children would flock to the streets and have to return to their homes at night, with what they saw a type of adults as they had never seen before: women with night jobs, people drunk as a vat ... The anxiety that caused them to think that perhaps one of those adults could harm them was projected on the figure of Kuchisake onna ".

"Initially teachers and parents were concerned, and patrolled the streets and routes between the school and the houses. In the early summer of 1979 the legends began to calm down. The striking image of Kuchisake onna , however, remained in the collective imagination , and was established as one of the prototypical ghosts of Japan. "

The first wave: rumors among the young
In the second half of the 1970s, when the Kuchisake onna legend began to spread , Japan's economic structures were changing; vehicles, telephone services, television and other infrastructures that would allow an urban cultural life had been established.

The expression "urban legend" was introduced in Japan in 1988, when a translation of The Vanishing Hitchhiker: American Urban Legends and Their Meanings was published. work of the American folklorist Jan Harold Brunvand. The young and energetic Japanese researchers of the moment translated the work to throw a stone into the quiet pool of Japanese folklore studies, until then based on ancient tales and traditional legends, with the purpose of indicating that investigating such rumors was equivalent to investigating the state of contemporary cities.

Brunvand defined urban legend as "an original story that happens to a friend of a friend, in the course of his everyday urban life." Stories like the hitchhiker who was actually a ghost, or the murderer who hides under the bed. Ghost hitchhikers are a motif that dates back to the 19th century and horse wagons, but they adapted as motor cars entered society, and the development of newspapers and other media facilitated their spread. For example, events that were read in the newspaper or heard on the radio were recounted in every corner of the United States as if they had happened there, adding local characteristics.

"In Japan in the second half of the eighties, word of mouth was everything. Suddenly, for some reason, high school and high school students were standing in long lines at ice cream parlor chains like Hobson's or 31 (Baskin-Robbins), or they all started carrying Boston bags. In urban areas, among students, when word spreads that something is fashionable, information spreads in the blink of an eye. This is an economy in which, On the way to the bubble the bubble, young people have achieved greater purchasing power: high school students and university students work part-time in chain restaurants and twenty-four-hour stores and make their own money. The marketing of the companies began in earnest to take into account that word of mouth from children. "

A representative example of the success of this type of marketing is Lotte's Koara no m?chi (March of the Koalas) cookies . A rumor spread among high school students that it was lucky to find a koala with eyebrows. As a result, the company expanded the variety of koala designs, creating a best-selling brand that celebrated its 35th anniversary in 2019.

"Other examples of the legends of that moment assure that it brings luck to touch the red loincloth of the character that appears drawn on the run in the trucks of the Sagawa transport company; and that the couples who get on a boat from the Shinobazu pond, in Ueno park, break. Magazines and other media picked up rumors like these and word of mouth in their posts, and presented them as 'urban legends.' Writers collected these kinds of stories and purposely exaggerated them, to generate a boom . A good example is the 'dog with a human face', which was presented by the famous Popteen magazine. It was said of him that he spoke like a person, that his face was like that of a middle-aged man, and that he was capable of chasing a car at speeds in excess of 100 kilometers per hour. "

"These urban legends reached the peak of their popularity in the early 1990s, and from 1995 they began to disappear. The Great Hanshin-Awaji Earthquake and the terrorist attack of the group Aum Shinriky? with sarin gas in the Tokyo subway took away people wanted to talk about ghosts. The media completely stopped talking about it. "

The Second Wave: Internet Horror Stories
At the beginning of the 21st century, urban legends experienced a second boom. "The first wave of urban legends came from the hand of rumors of children exaggerated by television, magazines and other media. As of 2000, 'text pages', such as blogs and the like, began to proliferate. A dedicated blog The collection of old urban legends became so popular that it was even published as a book; later all sorts of similar works on urban legends began to be published. Those who had been students at that time acquired them out of nostalgia, and the other generations became they were interested in the subject, helping its success. "

On the other hand, magazines and television networks have also published interesting stories that appeared on Ni channeru (Channel 2, a popular Internet forum), which have been forming a new corpus of Japanese urban legends. Well known are Kunekune the story of the strange white object found by an elementary school student in a rice field in a rural area; Kotoribako , the cursed birdcage; or Hasshaku sama , a terrible female monster of more than two meters. "These are horror stories that are too long to be told orally. These kinds of legends are constantly being generated on the Internet."

More or less from 2010, a new type of participatory stories began to appear, focused on social networks. One of them, The Kisaragi Station , has been counting for more than ten years, going from the original Nichanneru to Twitter. The origin of the story was published in 2004 in Nichanneru "I got on the train in Shinhamamatsu. It was the same train I always use, but we arrived at a station whose name did not ring a bell. What can I do?" It was posted as a query, with questions and answers, and the story continued from there.

"Someone summarizes the story on a separate page, and its contents are republished. The story is written in a false voice, to create the impression of being a conversation on the scene. People participate immediately, connecting to history and helping to create new urban legends. That is the main characteristic of the second wave in the web age . Also, many of them are horror stories. There is also, I think, the feeling of participating in a game of chase virtual game, a ghost simulation game or similar in which a mystery is experienced in the real world. "

Compared with urban legends that were previously transmitted mainly orally, stories that do so digitally oscillate between two extremes: they either barely change, or they change radically. "Since the oral transmission is based each time on the memory of the narrator, even if there are small variations, the plot does not change much. In the case of digital transmission, you can copy and paste the text, but you can also change everything that one wants to. The form of diffusion does not depend on time or distance either. The pace at which stories from abroad have also been accelerated. "

Starting in 2000, the legend of Kuchisake onna also began to spread on the Internet. In South Korea, for example, it adopted different shades from the original Japanese version, such as the red color of the mask. "In Okinawa, Taiwan, South Korea, China and other countries it is said that monsters can only walk in a straight line, so the Korean Kuchisake onna cannot turn a corner, or even climb stairs. boyfriend, a man with a shaved head, also wearing a mask. As legends are exported to countries with urban lifestyles, the stories are gradually adapted to incorporate elements of the culture of that place. "

Internet takotsubo culture and fake news
With the second wave of urban legends, some creators also appeared who made "art" of these stories. "Seki Akio, an ex-comedian, popular since 2006, is a representative example. He rose to fame originally from a variety show, in which he did a space in which various celebrities told urban legends. His motto," You decide whether to believe or not to believe ", he became very popular, and today he continues to perform in concerts and shows such as Yarisugi toshi densetsu (Excessive Urban Legends).

Recently the most popular are the videos of youtubers that analyze urban legends. "For example, the story called Elevator to the other world . If a person rides in an elevator of a building with more than ten floors and presses the buttons in a certain sequence, he can reach the other world. The youtuber in question tries it in reality".

Urban legends, which were once transmitted as if they had happened "to a friend of a friend", in this digital age are spreading even more widely and rapidly, as if they were fashionable games. However, according to Iikura, there are fewer and fewer urban legends that most people come into contact with.

"This is due to the takotsubo effect of the Internet: people who visit a web page tend to be grouped with people of the same opinion, and do not come into contact with other groups. Furthermore, fewer and fewer debate the authenticity of the information; they only believe in what they like, and consider false what they do not like, without questioning the possible interest that may exist in the ambiguity between what is true and what is false ".

Iikura regrets that political measures are currently being used internationally to project anxiety into people's reality. "It is something that applies to illegal immigrants, to China, to South Korea, even to Japan. Precisely because there is a sense of security in the idea that projecting that anxiety on Kuchisake onna or other ghosts is not the same as doing it on real people. . It seems to me that all over the world urban legends are losing ground. Across the globe there is a sense of blockage, and a desire for certainty amid vague insecurity. As it is, the growing number is ironic. of people who resort to fake news and the type of information that specialists call urban legends. "




 

แบคดรอปผ้า
รับติดแบนเนอร์เว็บบอล